สิ่งที่ไม่รู้...แต่ต้องรู้ให้ได้ คือเรื่อง กฎแห่งกรรม

วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

คนระยอง ไม่ระยำ ใครขวางพระบิณฑบาต ใช่ชาวพุทธจริงหรือ

บทเรียนจากพุทธกาล
ฟังให้ดี...!!! นี่คือ หนทางสู่อเวจี
ขวางพระบิณฑบาต 

#คนระยอง #คัดค้าน #ตักบาตร #ธรรมกาย
 #ขวางพระ #บิณฑบาต #พระเจ้าสุปปพุทธะ #อเวจี
จากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ (วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์) 
พบว่า...ผู้ #ต่อต้าน #พิธีตักบาตรที่จังหวัด #ระยอง
ซึ่งมีผู้มาร่วมตักบาตรกว่า 10,000 คน 
แต่มีผู้คัดค้านการตักบาตรเพียง 10 คน 



ทำให้ข้าพเจ้าอดนึกไม่ได้ว่า 

ในสมัยพุทธกาลมีเหตุการณ์คล้าย ๆ อย่างนี้
เกิดขึ้นด้วยเหมือนกัน "พระเจ้าสุปปพุทธะ"

พระเจ้าสุปปพุทธะเป็นกษัตริย์โกลิยะวงศ์

เป็นพระราชบิดาของพระเทวทัต 
เมื่อทราบว่าพระเทวทัตถูกธรณีสูบ 
ลงมหาอเวจีนรกก็มิสำนึกในบาปบุญคุณโทษ 
กลับมีจิตอาฆาตพยาบาทพระพุทธองค์ 
เพราะนอกจากจะทำให้พระเทวทัตต้องธรณีสูบ 
พระพุทธองค์ยังทำให้เจ้าหญิงยโสธราธิดา
ของพระเจ้าสุปปพุทธะเป็นหม้าย 

จึงกลั่นแกล้งพุทธองค์...

ด้วยการเกณฑ์อำมาตย์ข้าราชบริพารไปนั่งเสพเมรัยขวางทาง
ที่พระพุทธองค์จะออกบิณฑบาตโปรดเวไนยสัตว์
ซึ่งทางนั้นมีเพียงทางเดียวเท่านั้นที่พระพุทธองค์
จะทรงเสด็จดำเนินไปได้ 

เมื่อเสด็จดำเนินผ่านไม่ได้

เพราะพระเจ้าสุปปพุทธะกับบริวารขวางอยู่วันนั้น 
พระพุทธองค์ทรงอดพระกระยาหาร ๑ วัน 

พระอานนท์จึงทูลถามอยากจะทราบ

โทษของพระเจ้าสุปปพุทธะ 
พระพุทธองค์จึงทรงได้มีพุทธฎีกาตรัสว่า 
“อานันทะ...ดูก่อนอานนท์ 
หลังจากนี้ไปนับได้ ๗ วัน 
พระเจ้าสุปปพุทธะจะลงอเวจีตามเทวทัตไป”

เมื่อบริวารของพระเจ้าสุปปพุทธะลับไปถวายรายงาน 

พระเจ้าสุปปพุทธะก็มีจิตต้องการให้พุทธฎีกา
ของพระพุทธองค์มิเป็นความจริง 
จึงขึ้นประทับ ณ ปราสาท ๗ ชั้น 

แต่ละชั้นมีนายทวารป้องกันแข็งขัน 

ทรงตรัสกับนายทวารที่มีร่างกายกำยำนั้นว่า 
“ ในระหว่าง ๗ วันนี้ ถ้าฉันลงมาละก็ 
พวกเธอจงขัดขวางเอาไว้ไม่มีใครทำโทษ ” 
โดยประกาศต่ออำมาตย์ ข้าราชบริพาร 
และพระบรมวงศานุวงศ์ไว้

ดังนั้น เพื่อมิให้นายทวารทั้งหลายต้องโทษ

๗ วันนั้นปรากฏว่า ม้าแก้ว ซึ่งเป็นม้าทรงศึก
ที่พระเจ้าสุปปพุทธะโปรดปราน 
อาละวาดกระทืบโรง ร้องเสียงดังมาก 
พระเจ้าสุปปพุทธะเกิดเป็นห่วงม้า 
ด้วยอาการขาดสติจึงทรงลงจากปราสาทชั้น ๗ 
แต่ด้วยวิบากกรรมปรากฏว่านายทวารมิได้ขัดขวาง 
กลับผลักหลังส่งอีกด้วยคิดว่าเลยครบกำหนด ๗ วันแล้ว 
พอพระเจ้าสุปปพุทธะย่างพระบาทเหยียบแผ่นดิน 
ก็ถูกพระธรณีสูบหายไปสู่มหานรกอเวจี 

ตรงตามพุทธะฎีกาที่ตรัสไว้แก่พระอานนท์

ดังนั้นการขวางทางพระไม่ให้บิณฑบาต
คือขัดขวางหนทางพระนิพพาน
ของตนเองและผู้อื่นเป็นกรรมหนัก
Cr.พิณสายกลาง
Share:

วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

สื่อวันนี้ เสื่อมจริงหรือ ทีวี หนังสือพิมพ์ เสื่อมจริงไหม

สื่อหรือว่าเสื่อม?
สื่อ โทรทัศน์ ทีวี หนังสือพิมพ์ ออนไลน์ เสื่อม ต่อว่าพระสงฆ์ สื่อทั้งหลาย พึงฟังเสียงคนไทยวันนี้
เราไม่ได้โง่ อย่ามาชี้นำ ทำข่าว ไปในทางผิดๆ อีกเลย

อยากจะถามพี่ๆ สื่อมวลชน!!!ทั้งหลาย
ปัญหาความเดือดร้อนวุ่นวาย
 ในสังคมตอนนี้...แท้จริงแล้วไม่ใช่ใครที่ไหน
หากแต่สาเหตุหลักคือ...
"สื่อสารมวลชน"
ไร้จิตสำนึกต่อวิชาชีพของตนเอง

อยากถามสื่อสารมวลชนที่ทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลต่าง ๆ 
สู่สาธารณชนให้ได้รับรู้เรื่องราวข่าวสารต่าง ๆ ว่า 
อุดมการณ์ที่มีในตอนเรียน #จรรยาบรรณ ของคนที่เป็น #สื่อ นั้น 
พวกท่านได้ละทิ้งกันหมดแล้วหรืออย่างไร ????? 

ความรับผิดชอบต่อสังคม จิตสำนึกที่ดียังคงมีอยู่ไหม????? 

ยังคงเป็นหลาย ๆ คำถามที่ค้างคาใจของคนที่เสพสื่อ 
ตอนนี้ที่สังคมวุ่นวายและเดือดร้อนกันนั้น 
ก็ล้วนมาจากสื่อมวลชนที่
ให้ข่าวร้าย ๆ และบิดเบือนข่าว
โดยขาดจิตสำนึกของวิชาชีพที่เรียนมา 
ทำตัวเป็นเครื่องมือนักการเมือง
หรือกลุ่มนายทุน ทำทุกอย่าง
เพื่อให้ได้เงินมาก ๆ 
ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดต่อมนุษยชาติ 
แต่เชียร์คนที่ให้ผลประโยชน์ตนเอง 
ขาดความเป็นกลาง และ #สร้างความแตกแยก ให้ประชาชน
อีกทั้ง #นำเสนอข่าวไม่ตรงไปตรงมา มีผลประโยชน์ทับซ้อน 
หลายเรื่อง ๆ ที่สื่อสารมวลชนประเภทสื่อสิ่งพิมพ์ ทั้งสื่อทีวี 
ได้เสนอข่าวที่สร้างความแตกแยกและไม่มีความเป็นกลาง 
โดยเห็นได้ชัดเจนในตลอดหลายปีผ่านมาจนกระทั่งปัจจุบัน  

สื่อทำหน้าที่ #เสี้ยม ให้คนในสังคม

ทะเลาะเบาะแว้งแตกแยกกัน 
พาดหัวข่าวโดยไม่มีมูลความจริง 
อคติเห็นได้ชัดเจน  
ไร้จิตสำนึกของการเป็นชาวพุทธ 
จิกด่าพระมหาเถระโดยขาดความเคารพ 
แต่กลับยกย่องส่งเสริมคนพาล 

ทั้งหมดนี้คือวิธีการของสื่อสารมวลชน ?????
บางคนบางกลุ่มที่ทำโดยขาดจิตสำนึกต่อสังคม 
ไม่เคยคิดรับผิดชอบต่อการกระทำที่ทำลงไป ว่าใครจะเสียหาย  
หรือสังคมจะวุ่นวายศีลธรรมที่ดีงามจะถูกทำลายลง 
สร้างกระแสให้คนเลิกเคารพพระ 
ห้เด็กและเยาชนและคนที่ขาดสติ ทำตาม 
ใส่ร้ายป้ายสีพระดี ๆ 
โดยร่วมมือกับข้าราชการเลว ๆ 
กลุ่มนายทุนบางกลุ่ม
และนักการเมืองบางคน เพราะเห็นแก่เศษเงิน 
ไม่ต่างจากสุนัขที่หิวโซ กินทุกอย่างที่ขวางหน้าไม่ว่าจะเป็น 
ขยะหรืออาจม #ไร้ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นสื่อมวลชน 
เหมือนคนที่ขายตัวและจิตวิญญาณของตน
ทำตัวต่ำยิ่งกว่าโสเภณี 

คำถามต่อมาที่ประชาชนอยากรู้ 
เมื่อไหร่สื่อเสื่อมเหล่านี้จะหมดไป 
ถึงเวลาแล้วหรือยัง!!!???? 
ที่เราจะปฏิรูปสื่อเพื่อคืนความสุข
ให้กับสังคมไทย


Cr.ถ่านหินไฟเหล็กกล้า

ปล. ขอโทษนะคะ ถ้าพูดแรงไป...แต่ขอบอกว่า
พวกที่อ่านข่าวที่พี่ทำนั้น มันด่าพระแรงกว่าหนูด่าพี่อีกค่ะ
จบนะคะ
หยุดเถอะค่ะ!!!!
พี่ยังเป็นคนอยู่มั๊ย ????
สื่อมวลชนไม่เห็นหัวใจคนอื่นบ้างหรืออย่างไร

Share:

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำโลก โลกนี้จะสงบสุข


ถ้าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำโลก 
โลกนี้จะเป็นอย่างไร ????


วันมาฆบูชาปีนี้ตรงกับ 
“วันจันทร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559 วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3” 
เราลองมามองข้ามปัญหา ออกไปไกล ๆ กันดูบ้าง เป็นไร 

Share:

วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

สถานการณ์ พระพุทธศาสนาในประเทศไทย เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

น่าคิด!!!
สถานการณ์พระพุทธศาสนาในประเทศไทย
เรา....มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร???
ตั้งแต่ต้นปี 2559 
สถานการณ์บ้านเมือง 
โดยเฉพาะพระพุทธศาสนาของไทยเราไม่สู้ดี
หลังจากองค์การปกครองคณะสงฆ์ หรือมหาเถรสมาคม (ม.ส.) 
ที่ปกครองหมู่สงฆ์ในประเทศอย่างผาสุข ได้ดำเนินการเพื่อแต่งตั้ง
สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 เป็นมติเอกฉันท์
แต่แล้วก็มีผู้ไม่เห็นด้วยแสดงตัว ยืนยัน...เดินหน้าไม่หยุดหย่อน
หาเรื่อง...หาข้อผิด...เพื่อให้พระเถรานุเถระได้รับความเสื่อมเสีย

เราคนไทย...หลายคนไม่รู้เบื้องหลัง
ฟังแต่ข่าว TV หนังสือพิมพ์ ...ตาสีตาสา ก็คงคิดได้แค่ว่า
นี่มันเกิดอะไรขึ้น !!!???


อยากถามกลับไปว่า?
มส. มหาเถรสมาคมนี้ แต่งตั้งจากใคร
แล้วผู้ไม่เห็นด้วย มาจากไหน เขามีสิทธิอะไรในการล้มอำนาจ
ของมหาเถรสมาคม

รู้จักที่มาของมหาเถระสมาคม
มหาเถรสมาคม (Sangha Supreme Council of Thailand)
เป็นองค์กรสูงสุดในการปกครองคณะสงฆ์ไทย ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ทำหน้าที่คล้ายคณะรัฐมนตรี โดยมีสมเด็ชพระสังฆราชหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานกรรมการ

คำว่า "มหาเถรสมาคม" เป็นถ้อยคำที่ใช้ครั้งแรก แต่งตั้งในรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
หรือกล่าวง่ายๆว่า มหาเถรสมาคม
ได้รับการแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์ไทย


คำว่า "เถระ" หมายถึง พระผู้ใหญ่ (พรรษา 10 ขึ้นไป) และเรียกสมเด็จเจ้าคณะใหญ่ และพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ตำแหน่งต่างๆ ว่า "มหาเถระ" 
พระมหาเถระเหล่านี้จะประชุมกัน
พื่อถวายความเห็นแก่พระมหากษัตริย์ในเรื่องพระพุทธศาสนา 
ตามที่ทรงปรึกษา ที่ประชุมนี้เองเรียกว่า "มหาเถรสมาคม" 

ตั้งแต่บัดนั้น...ตราบจนวันนี้..
คณะกรรมการมหาเถรสมาคม ซึ่งประกอบไปด้วยพระมหาเถระ ผู้ทรงภูมิรู้ ภูมิธรรม สละชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนา บวชตั้งแต่เยาว์วัย จนมีพรรษากาลที่มาก เป็นที่เคารพศรัทธาแก่เหล่าศิษยานุศิษย์ ต่างก็ดำเนินการปกครองพระภิกษุสงฆ์ในประเทศที่เคยมีมาก 300,000 กว่ารูป จนบัดนี้ ...ชายแท้แมนๆ ก็ยังคงหมุนเวียนกันไปศึกษาพระธรรมวินัย


ในขณะเดียวกัน ผู้มาบวชก็หลากหลาย 
บางท่านก็ยังไม่หมดกิเลส เป็นจำนวนน้อยที่สร้างปัญหาให้หมู่สงฆ์
ซึ่งในจำนวนน้อยนั้น แต่ทำไม???
กลับเป็นที่ติดตามในสังคม
ภาพพระสงฆ์ในหน้าหนังสือพิมพ์ไม่เคยมีข่าวดีเลย
มีแต่ข่าวเสียๆ หายๆ 
ทำให้ยอดผู้มาบวช ศรัทธาในพระพุทธศาสนา 
มียอดจำนวนน้อยลงทุกปี
พระมหาเถระ...ผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุด ก็ถูกโจมตี
ถามอีกครั้งว่า
นี่พวกเขาเป็นใคร...มีสิทธิอะไร? ในการให้ร้ายและทำลายสงฆ์
องค์กรที่ถูกแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์

ถึงเวลาแล้ว!!!
ที่เราชาวพุทธจะมาช่วยกันค้นหาความจริง
จากสิ่งที่จริงที่สุด
เคารพในสิ่งที่ควรเคารพ
ไม่เชื่อถือมงคลตื่นข่าว
ลงโทษแก่ผู้ทำความเสื่อมเสีย
แก่พระพุทธศาสนาในประเทศไทย
ผู้มุ่งร้ายองค์กรปกครองคณะสงฆ์
และขัดขวางการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช
ก่อนที่จะสายเกินไปกว่านี้...!!!!
ข่าวความเคลื่อนไหวคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติ
คณะสงฆ์ท่านรวมใจเป็นหนึ่ง
ใครกัน!!! มุ่งสร้างความแตกแยก
คลิกเลยข่าวล่าสุด!!!
"พระราชญาณกวี"ซัดกลุ่มจ้องล้มตั้งสังฆราชมีคนหนุนหลัง 



Share:

วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เรื่องรถหรู ดูให้ออก อยากจะบอก เรื่องนี้มีเบื้องหลัง

รอผู้ดำเนินการรถโบราณ
มารับความจริง!!
อย่าทำร้ายท่านเจ้าประคุณ
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์


บรรยากาศที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ตลอดทั้งวัน ยังคงเป็นไปตามปกติ ถึงแม้วันนี้จะมีการชี้มูลคดีรถหรูของ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสฯ ซึ่งในช่วงเช้า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้ลงมาทำวัตรเช้าร่วมกับพระสงฆ์และสามเณร กว่า 200 รูปในโบสถ์ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในกุฏิ "กาญจนารัช" โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างใด

สำหรับวัตรปฏิบัติของพระภิกษุ สามเณร ภายในวัด ก็ยังคงเป็นเหมือนทุกวันที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากทำวัตรเช้าเรียบร้อย ก็แยกย้ายไปศึกษาพระธรรมและทำวัตรเย็น ช่วงสายมีบรรดาลูกศิษย์ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ทยอยเดินทางมาที่วัด เพื่อแสดงพลังศรัทธาให้กำลังใจสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เพราะเชื่อมั่นว่ามีความเหมาะสมที่จะเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20

จากลูกศิษย์คนสนิทคนหนึ่ง ระบุว่า ท่านเจ้าประคุณฯ ไม่ได้กล่าวย้ำอะไรเป็นกรณีพิเศษ บอกเพียงว่า "ให้ปล่อยไปตามกระบวนการ ไม่ยึดติด และให้ยึดตามคำสอนของพระพุทธเจ้า โดยเฉพาะเรื่องของ หลักธรรม ที่จะทำให้เกิดความสุข ทั้งทางกายและทางใจ ให้พูด ทำ คิด ชอบ ประกอบด้วยเหตุและผล อันเป็นหลักธรรมพื้นฐานของชาวพุทธ"

ซึ่งเอกสารรายการจดทะเบียนรถ วันจดทะเบียน 26 สิงหาคม2554 เลขทะเบียน ขม99 ยี่ห้อ เบนซ์ เลขเครื่องยนต์ 1869204500552 วันที่ครอบครองรถ 26 สิงหาคม 2554 ผู้ถือกรรมสิทธิ์ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง สุดประเสริฐ) โดยมีลายเซ็นของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ลงชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์

อีกแผ่นเป็นรายการบันทึกเจ้าพนักงานขนส่งชำนาญงาน ลงวันที่ 26ส.ค.54 ระบุ "รถประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่าฯ เสียภาษีสรรพสามิตรถยนต์ตามใบเสร็จรับเงินสำนักงานสรรพสามิต พื้นที่กรุงเทพฯ 1 เลขที่ลงวันที่ 1 ก.ค.54"

และบันทึก ลงวันที่ 01 ส.ค.56 บันทึกรายการอนุญาตให้สลับหมายเลขทะเบียน ขม 0099 เป็น งค1560 ออกใบแทนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีA31027103 ออกแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์แทนกรณีชำรุด 2 แผ่น เป็นเลขใหม่เป็น งค 1590

นอกจากนี้ ยังมีเอกสารระบุถึงการซื้อรถเบนซ์ รุ่น 300 ปี 1953 จาก wichan vintage garage ชื่อลูกค้า พระครูพิทักษ์วรานุรักษ์ รายการ 1 "ซื้อรถเบนซ์ 300 ปิดประทุนในราคาพร้อมซ่อมเสร็จสมบูรณ์ จำนวน 4,000,000 บาท โดยแบ่งจ่ายงวดที่ 1 -1000,000-14/2/563 งวดที่ 2 เมื่อได้รับทะเบียนโอนเรียบร้อย 1,500,000 งวดที่ 3 ค่าซ่อม+อะไหล่ จนเสร็จสมบูรณ์ 1,500,000 ลงชื่อ พระครูพิทักษ์"



นี่มันกฎอะไร...มุ่งมั่นเหลือเกิน
ที่จะให้พระมหาเถระ
ผู้ไม่เคยทำร้ายใคร ต้องเสื่อมเสีย
จะเอาผิดท่านให้ได้หรือไร
หรือนี่ !! จะมีเบื้องหลังเพื่อยับยั้ง
การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๒๐
กรุณาเถิด!!! ทำตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์
ผู้มีปัญญาโปรดพิจารณา!!!



รถหรู หรือ ซากรถ?

รถหรูหรู ฟังดู น่าสงสัย
พระผู้ใหญ่ ทำไม มีรถหรู
รู้ความจริง แล้วอึ้ง จริงจริงตรู
รถไร้เครื่อง จอดอยู่ วิ่งไม่ไป

จากซากรถ เก่าทิ้ง ประกอบใหม่
เก็บไว้ใน พิพิธภัณฑ์ เพื่อลูกหลาน
ได้ศึกษา เป็นความรู้ รถโบราณ
เด็กเด็กมา เบิกบาน ดูรถกัน

คนหนึ่งมอง ดีจัง ได้ความรู้
อีกคนกู่ ร้องฟ้อง ผิดมหันต์
สื่อใส่สี ให้คนด่า พัลวัน
นี่สร้างสรรค์ หรือสร้างเสีย เพลียจังเลย

เหมือนนิทาน นายช่างติ ที่ครูสอน
มีพุทธะ ปฏิมากร งดงามหลาย
นายช่างติ ได้เห็น ทึ่งมากมาย
หาที่ติง ไม่ได้ ทำไงดี

แต่จะแพ้ ก็ไม่ได้ เสียลายข้า
จึงบอกว่า พระพุทธะ นั้นงามยิ่ง
แต่ก็เสีย อยู่อย่าง ข้าบอกจริง
ท่านนิ่งนิ่ง พูดไม่ได้ เสียดายจัง

พระท่านใจ บริสุทธิ์ เพื่อพระศาสน์
อย่าได้คิด ประมาท คุณของสงฆ์
พึงเคารพ ด้วยจิต ที่ซื่อตรง
อย่าตั้งธง สาดโคลนท่าน ไม่เจริญ

ท. ท่าพระจันทร์

Share:

วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

คุณงามความดีท่านมีอยู่ ชาวพุทธโลกทั้งโลกรู้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้มีความเหมาะสมที่สุด

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) 

ผู้มีความเหมาะสมที่สุด ในการปกครองสงฆ์
และดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช 
องค์ที่ ๒
พระมหาเถระผู้ที่สมควรแก่การเคารพสักการบูชา 
เข้าใกล้ท่าน....เหมือนเข้าไป
อยู่ใต้ร่มโพธิ์ร่มไทร เย็นอก เย็นใจ 
ด้วยความเมตตาของท่าน
ท่านเป็นธงชัยแห่งพระศาสนา
พระมหาเถระรัตตัญญู รู้ราตรีนาน
หัวใจท่านยิ่งใหญ่ ไม่มีวันปลดเกษียณ 
นักรบกองทัพธรรมไม่มีวันปลดประจำการ


Share:

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เบื้องหลังการล้มล้างพระพุทธศาสนา แท้จริงมีเงื่องงำ??

เปิดโปงแผนการล้มพระพุทธศาสนา
ขัดขวางแต่งตั้งพระสังฆราช องค์ที่ ๒๐


พอกันที!!!...พวกคนพาลวางแผนชั่วร้ายทำลายพระศาสนา
ดูถูก ใส่ร้ายพระเถระผู้มีพรรษาและความดีงาม
อย่าคิดว่าเราไม่รู้เบื้องหลัง...!!!
ยังไงธรรมะต้องชนะอธรรม!!!

ผู้มีปัญญาโปรดพิจารณา...
จดหมายจากเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย
กรณีแถลงการณ์ของกลุ่มเครือข่ายปกป้องพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชและเครือข่ายสตรีปกป้องพระพุทธศาสนา ลงวันที่ 6 มกราคม 2559
            สืบเนื่องมาจากกรณีเครือข่ายองค์กรทั้งสององค์กร (แต่บุคคลหน้าเดิมๆ แปลงร่างมาจากคณะกรรมการปฎิรูปกิจการพระพุทธศาสนา)ได้ออกแถลงการณ์ถึงมหาเถรสมาคมให้ชลอการดำเนินการพิจารณาชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ในวันจันทร์ที่ 11 มกราคม 2559 ไว้ก่อน จนกว่าเรื่องคดีความของพระธัมชโยจะได้ข้อยุติ
            ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ คณะผู้ออกแถลงการณ์ในกรณีดังกล่าว เป็นคณะบุคคลเดิมที่แปลงร่างมาจากคณะกรรมการปฎิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนานั่นเอง
              บุคคลดังกล่าวมีความคิดที่สุดโต่งด้านการเมือง พระพุทธศาสนาและค่อนข้างจะมีแนวโน้มไปในทางมิจฉาทิฏฐิ 
               กรณีที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการปฎิรูปฯนั้นขัดเจนว่ามองคณะสงฆ์ในแง่ลบ เหยีบย่ำ ท้าทาย ไม่ให้ความเคารพยำเกรงใดๆ
                 วันนี้ชัดเจนว่าคณะบุคคลเดิมออกมาขัดขวางการทำหน้าที่เพื่อบริการกิจการคณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคม 
                  เริ่มต้นจากการใส่ข้อกล่าวหาพระมหาเถรผู้ใหญ่ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย ไร้ข้อเท็จจริงและสร้างกันขึ้นมาท้ายสุดก็บอกว่ามีมลทินไม่มีความชอบธรรมในการจะดำรงตำแหน่ง
                  ที่เห็นกันขัดที่สุดในแถลงการณ์ฉบับนี้เช่น ถ้าพวกท่านปกป้องพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช อย่างบริสุทธิใจ ท่านจะวินิจฉัย พรบ.สงฆ์ในมาตรา 7 แบบข้างๆคูๆเอาสีข้างเข้าถูแบบนี้หรือไม่ ในกรณีใครดำเนินการก่อนระหว่าง มหาเถรสมาคมกับนายกรัฐมนตรี
                  พวกท่านลืม ไม่รู้หรือเจตนาบิดเบือนกันแน่เพราะในคราวที่สถาปนาสมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 ก็ปฎิบัติโดยเริ่มต้นจากมหาเถรสมาคม ไปถึงรัฐบาลเช่นกัน ถ้าวินิจฉัยแบบแถลงการณ์นี้แสดงว่าขั้นตอนคราวนั้นผิด ใช้ไม่ได้ แล้วจะเป็นอย่างไร จะเป็นอย่างไรช่วยตอบที นี่หรือคือการปกป้องพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช พระองค์นั้นของพวกท่านทั้งหลาย แบบนี้ใช่ใหม
                    ในส่วนที่พวกท่านกล่าวหาเรื่อง ปกปิด สนับสนุน พระที่มีความผิดร้ายแรงนั้น หลายอย่าง หลายเรื่องอยู่ที่ขบวนการทางกฎหมายของบ้านเมือง ทำไมไม่อดใจรอในการพิสูจน์ความจริงตามขั้นตอนของกฎหมาย จะมายัดเยียดให้พระมหาเถรรับผิดชอบร่วมอย่างไร หรือจะใช้ทฤษฎีที่ว่า กรรมการบริหารพรรคทำผิดคนเดียว กรรมการบริหารพรรคคนอื่นๆต้องรับผิดด้วย เลยนำไปสู่การยุบพรรค มันยุติธรรมแล้วหรือ
                    ขณะนี้กำลังมีการยกร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. .... และที่ได้ยินเล็ดลอดออกมาค่อนข้างดังว่า ถ้ากรณีบ้านเมืองมีวิกฤติสามารถมีนายกรัฐมนตรีจากคนนอกได้
                    การเตรียมการแบบนี้ เตรียมปูทางให้ใคร ผู้คนย่อมรับรู้ และวิกฤติบ้านเมืองนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่เกิดขึ้นมาอย่างไร ใครก่อ ใครวางแผน พวกท่านทราบกันดีกว่าใครอื่นทั้งหมด
                     และวิธีแบบนี้ ท่านมายัดเยียดให้กับคณะสงฆ์ สูตรที่ว่าสัทธิวิหาริกทำผิด อุปัชฌาย์ต้องผิดด้วย
                      พระสงฆ์องค์เจ้าอยู่กันดีๆ สงบสุข พวกท่านก็มาหาเรื่องให้ ใส่ไฟสุมกันเข้าไปเพื่อให้เกิดความเสียหาย อยู่ไม่ได้ และสุดท้ายก็ต้องเดินตามโรดแมปของพวกท่านคือการปฎิรูปคณะสงฆ์ตามแนวทางที่พวกท่านต้องการ วางแผน วางกลไกในระบบไว้ครบสมบูรณ์เพื่อพวกตัวเอง
                      กรณีพระมหาเถรก็เช่นเดียวกันพวกท่านวางแผน กล่าวหา ชี้นำ ก่อกวน สร้างความเสียหาย โยนของสกปรกใส่ สุดท้ายก็บอกว่ามีมลทิน ไม่สง่างาม
                        และในเรื่องประมุขสงฆ์นี้ปลายทางก็เช่นเดียวกันกับเรื่องนายกรัฐมนตรีคนนอก สูตรสำเร็จเดียวกัน คือการเลือกบางรูป บางองค์ ที่พวกท่านชอบ(โดยที่สมเด็จทุกรูปไม่รับรู้ด้วย) ล๊อคสเปคไว้ วางแผนซ่อนเงื่อน เพียงแต่ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเปิดเผยชื่อ ต้องเดินหน้าให้เกิดความชอบธรรมก่อน พูดหลักการที่คนปฏิเสธไม่ได้ว่าสมเด็จพระราชาคณะจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้ ยืนหลักการไว้เพราะถ้าเผลอแพลมชื่อออกมาตอนนี้เดี๋ยวจะเสียการใหญ่
                      ทั้งหลายทั้งปวงนี้คือสูตรสำเร็จของพวกท่าน ท่านทำงานการเมืองข้างถนนระดับประเทศจนประสบความสำเร็จมาแล้ว พวกท่านจึงลำพอง ได้ใจและจะกินรวบหมากทุกตัวในกระดานไม่เว้นแม้แต่สังคมสงฆ์
                   วันนี้ พวกท่านจึงอย่าโปรดเอาโมเดลนี้ โมเดลข้างถนนที่สำเร็จอย่างยอดเยี่ยมมาใช้กับคณะสงฆ์เลย ขณะนี้พระสงฆ์ วงการสงฆ์และญาติโยมที่อยู่ข้างพระสงฆ์จำนวนมากมายในประเทศนี้เขาอดทน อดกลั้น ยอมให้คนกลุ่มน้อยสำแดงเดช แสดงละครน้ำเน่ากันไป เพราะเขาเห็นแก่ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งพวกท่านแสดงกันมากไป เขาเหล่านั้นจะทนกันไม่ไหว เมื่อวันนั้นมาถึงใครจะรับผิดชอบ
                หยุด! หยุดสร้างความเสียหายให้กับคณะสงฆ์ หยุดใส่ร้ายป้ายสีพระมหาเถรผู้ใหญ่ที่คณะสงฆ์และชาวพุทธเคารพนับถือ หยุดก้าวก่ายแทรกแซงกิจการภายในของคณะสงฆ์เพื่อผลประโยชน์ของพวกท่าน อย่าทำให้คณะลำบากเดือดร้อน อันนำไปสู่สังฆเภทครั้งใหญ่ในแผ่นดินสยามอีกเลย 
                 หันมาใช้สติกันบ้างเถิด
                      
                        พระเมธีธรรมาจารย์
เลขาธิการศูนย์พิทักษ์
พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย

                                  6 มค.59
อย่าคิดว่าเราไม่รู้!!! 
สร้างข่าว และใช้กระแสชั่วๆ
คอมเมนต์ในเพจต่างๆ ในทางร้ายๆ
ทำให้พุทธศาสนิกชนปั่นป่วน
หยุดซะที!!!
#สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์
#อายุ ๙๑ ปี
#ไม่เคยว่าร้ายใคร
#ท่านสมควรที่สุดในการดำรงตำแหน่งนี้
#ชาวพุทธร่วมใจปกป้องภัยคนพาล
#แต่งตั้งพระสังฆราชองค์ที่ ๒๐

เพราะท่านคือเพชรแท้...ในธรรม

ใครติด้วยถ้อยคำ..........หยาบไซร้

ขันติสงบนำ.........ยอดแห่ง...สมณะ

คนชั่วกล่าวร้ายให้...พ่ายแพ้ภัยตน
Share:

รถหรู เหรอ? ดูกี่ทีๆ ก็เป็นรถโบราณนะ

 "เปิดเผย" ข้อมูลรถหรู!! 
วัดปากน้ำภาษีเจริญ

เป็นอะไรไป??!!!ไม่เข้าใจสังคมไทยยุคนี้
ชาวพุทธอยู่นิ่งเฉยได้อย่างไร??
เมื่อพระสงฆ์ผู้มีพรรษา
และไม่เคยด่างพร้อยศีลธรรม
กลับถูกกล่าวหาเรื่องรถโบราณที่ไม่ได้ใช้
จอดไว้เพื่อการศึกษาในพิพิธภัณฑ์

ในขณะที่สื่อนักข่าว, TV, หนังสือพิมพ์กระพือข่าว
DSI ตามจับ เอาเรื่องรถหรู มาขู่ท่าน!!!
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ท่านก็ยังปฏิบัติศาสนกิจที่วัดตามปกติ
ญาติโยมก็ยังคงมาทำบุญที่วัดปากน้ำอย่างต่อเนื่อง...

ข้อมูลชัดเจนแล้วว่ารถทั้ง 3 คันของวัดนั้นมีข้อมูลใบประกอบเสียภาษีจากกรมสรรพามิต และคู่มือจดทะเบียน จากกรมขนส่งทางบก 
รถจอดเฉยๆ ไม่ได้ขับโก้หรูเลย นำมาแสดงเพื่อการศึกษา
แถมก่อนที่รถจะอยู่ในสภาพดีเช่นนี้ 
มีการซ่อมจากเศษเหล็กให้กลายเป็นรถในตำนาน
ท่านไม่ได้ซื้อมาเอง!!! ลูกศิษย์นำมาถวาย 
และเป็นของรองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำที่มรณภาพไปแล้ว


ผู้มีปัญญาโปรดพิจารณา....
รถหรูอะไรอายุ 60-70 ปี เครื่องยนต์ก็ไม่มี
ขับไม่ได้ เอาไว้ศึกษา เขาเรียก "รถโบราณ" 




ใครกันแน่ที่ควรโดนพิพากษาจากสังคม
ผู้ที่เคยนำรองเท้าและสิ่งอันไม่ควรมาถวายสมเด็จฯ
ชาวพุทธทั้งหลาย!!! จงดู
พระอย่างนี้หรือที่ควรสรรเสริญ
ทำไมยังปล่อยไว้ไม่จัดการ!!!???






#มายุ่งอะไรกับพระผู้ใหญ่
#DSI
#จบได้แล้วอย่ากล่าวร้ายท่านอีกเลย
#ปกป้องพระพุทธศาสนา
#อย่าหาเรื่องพระผู้ใหญ่ผู้ทรงคุณธรรม


เมื่อไหร่หนา ฟ้าจะแจ้ง ส่งแสงส่อง
เป็นสีทอง ผ่องอำไพ ไปทุกหน
ขจัดเงา มารร้าย หายมืดมน
ธราดล สว่างแจ้ง แสงเสรี

เผด็จการ มารร้าย ขยายทั่ว
ฟ้ามืดมัว คนก็หวั่น ขวัญก็หนี
เคยเคล้าคลุก สุขเกษม เปรมปรีดี
ก็มามี ความเศร้า เข้าครองใจ

พวกมารร้าย เคลือบแฝง ก็แผลงฤทธิ์
สารพัดพิษ รุมเร้า พ่นเข้าใส่
แม้แต่พระ ทรงศีลธรรม ผ่องอำไพ
ต้องหมองไป เพราะโดนขี้ ป้ายสีทา

ขาวเป็นดำ คล้ำเป็นใส ทำได้หมด
ใจมันคด จึงคิด แต่อิจฉา
พระเด่นดี มีผลงาน ผ่านสายตา
ต้องรุมด่า รุมกระชาก ลากมาตี

โอ้เมืองไทย เมืองพุทธ สุดประเสริฐ
ก็มาเกิด อาเพศ ด้วยเปรตผี
เมื่อไหร่ฟ้า จะสีทอง ผ่องโสภี
อยากเห็นแม่ ธรณี สูบผีมาร
Share:

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ความจริงวันนี้ หลวงพ่อ ธัมมชโย วัดพระธรรมกาย ไม่ใช่อย่างคิด ไม่ หลอกลวง หลวงพ่อธัมมชโย บริสุทธิ์ วัดพระธรรมกาย สร้างคนดี

หลวงพ่อธัมมชโยวัดพระธรรมกาย

ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด

มาดูด้วยตัวเอง...จึงจะรู้ความจริง



ก่อนอ่านเปิดตา..เปิดใจด้วย 
คนเขียนไม่ได้เข้าข้างใคร

๕๐ ปี ที่วัดพระธรรมกายผงาด...
ถามว่าภาพลักษณ์ในประเทศ คนที่ไม่เข้าใจ ไม่ชอบ
และต่อต้านวัดนี้ ...เคยมาสัมผัสจริงๆ ด้วยตนเองหรือยัง??

ตอนเด็กๆ จำความได้ว่า ปี 2542 ข่าวหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ รวมทั้ง TV
ลงข่าวประโคมเกี่ยวกับพระ ไม่ว่าจะเป็นพระยันตระ ฯลฯ
ได้รู้จักชื่อวัดพระธรรมกายและหลวงพ่อธัมมชโยก็เพราะสื่อต่างๆ


ผ่านไปหลายสิบปี...
คนก็ยังแห่เข้าวัดนี้เยอะ
ขึ้นเรื่อยๆ
สังเกต ใครไปวัดนี้
ใส่ชุดขาวล้วน 
ที่ทางวัดออกแบบ
และส่งเสริม
ให้ญาติโยมที่มาสวมใส่

พอได้มีโอกาสมาวัดนี้ด้วยตัวเองจริงๆ ...ถึงกับขนลุกเลย
เพราะวัดเงียบ สงบ...สะอาด
คนที่มายิ้มแย้มให้กัน ใส่ชุดขาวๆ ทักทาย ..มีเสียงสาธุๆ
เหมือนเป็นอีกโลกหนึ่งที่...คนภายนอกเข้าไม่ถึง 
เหมือนอยู่บนสวรรค์




ไม่ได้บอกว่าวัดอื่นๆ ทั่วประเทศต้องเป็นเหมือนวัดนี้
แค่ได้เรื่องระบบระเบียบ สะอาด ก็พอแล้ว
พระวัดนี้ก็ดูสงบเสงี่ยม ดูมีการศึกษา ... มีปัญญา
แต่ละปี มีเด็กเกรียนทำภาพล้อเลียนหลวงพ่อโจ๋งครึ่มทางเฟสบุ๊ค
ไม่เคยจะเห็นหลวงพ่อมาตอบโต้ด้วยตัวเอง

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม คนถึงไม่ชอบ ทั้งๆที่ไม่ได้มา 
หรือว่าเขาเชื่อ แต่สิ่งที่พูดต่อๆ กันมานะ ??
หรือว่ามีกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ ไม่อยากให้วัดทั่วประเทศ
เป็นแบบวัดพระธรรมกาย????

ตอนพิธีกรรมงานบุญ เห็นญาติโยมแห่ไปถวายหลวงพ่อ 
ไม่เห็นมีใครบังคับว่าต้องทำเป็นล้าน ทำบุญแค่ ๒๐ บาทก็ได้
ป้าข้างๆ ก็รวมกันใส่ซองถวายได้ ทุกคนจบทานบนศรีษะ 
ปลื้มในทานของตัวเอง

ต่อไปนี้มาดูกันว่าความจริง วัดนี้ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดนะ
ถ้าไปพิจารณาความดีของบุคคล คงจะมีทั้งดีและไม่ดี 
เพราะคนเข้าวัดนี้ ก็ใช่ว่าจะหมดกิเลส
ต้องไปดูว่า ประโยชน์ของวัดที่มีต่อผู้อื่น มีบ้างไหม?


หลวงพ่อธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
พร้อมคณะสงฆ์ลูกศิษย์






มาดูข่าวแต่ละข่าวที่ลงต่อว่าพระท่านสิ?!!!
  1. หลวงพ่อธัมมชโยยักยอกเงินวัด แปลกนะที่โดนข้อหานี้ทั้งที่       ท่านก็เป็นผู้นำปัจจัยที่ญาติโยมถวายท่านตั้งแต่ยังไม่มีวัด             มาสร้างวัดพระธรรมกายขึ้น ท่านเป็นผู้เลี้ยงวัด วัดเจริญก้าวหน้ามาได้ถึงปัจจุบันเพราะญาติโยมศรัทธาในตัวท่าน ท่านนำปัจจัยที่ญาติโยมถวายท่านเป็นการส่วนตัวมาสร้างวัด สร้างศาสนสถานมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท แม้ปัจจุบันปัจจัยค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของวัดพระธรรมกายก็มาจากที่ท่านบริจาคให้วัดการกล่าวหาว่าท่านยักยอกเงินวัด ก็เหมือนกับกล่าวหาว่าพ่อที่เป็นผู้ให้เงินลูกใช้ ยักยอกเอาเงินของตัวเองที่ให้ลูกไป เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ หากท่านต้องการปัจจัย แค่ลดการบริจาคให้วัดลงก็พอแล้ว ข้อกล่าวหาว่าท่านยักยอกเงินวัดจึงขัดแย้งกับความเป็นจริงปัจจัยที่กล่าวว่าคืนวัดนั้น ามจริงเป็นปัจจัยของคณะศิษยานุศิษย์ที่อยากให้เรื่องจบจึงร่วมกันทำคำร้องถึงอัยการสูงสุด และลงขันกันตั้งกองทุนบริจาคให้วัด มากกว่ามูลค่าของเงินที่เป็นเหตุแห่งคดี
  2. หลวงพ่อยักยอกที่ดินของวัด ญาติโยมถวายที่ดินให้กับท่านเป็นการส่วนตัว เพราะศรัทธาในตัวท่าน ในโฉนดก็ระบุเช่นนั้น ผู้ถวายก็ยังมีชีวิตอยู่ไปให้การกับศาลยืนยันว่าถวายให้ท่านเป็นการส่วนตัว ที่เกิดเป็นคดีขึ้นมาเหมือนเป็นเรื่องการเมืองที่จะหาเรื่องให้ได้ เพื่อตัดปัญหาท่านจึงโอนที่ดินให้วัดแม้ปัจจุบันก็มีญาติโยมมาถวายที่ดินแก่ท่านเป็นการส่วนตัวทุกเดือน กล่าวยืนยันท่ามกลางประชุมชนถึง ๓ ครั้ง ว่าท่านจะเอาไปทำอะไรก็ได้ จะไปขายก็ได้ ไปสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมก็ได้ อัดวีดีโอเป็นหลักฐานไว้ด้วย ท่านก็ให้โอนที่ดินเหล่านั้นเข้ามูลนิธิใช้ประโยชน์เพื่อพระพุทธศาสนาต่อไป ท่านไม่เคยไปดูที่ดิน ไม่รู้ด้วยว่าอยู่ตรงไหน เขาถวายมาก็ส่งให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการต่อไปเพื่อประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา

สรุปยังไง...!!!?
     เราสามารถสรุปได้อย่างชัดเจนอย่างหนึ่ง คือ 
พระเทพญาณมหามุนี หรือหลวงพ่อธัมมชโย เป็นผู้อุทิศชีวิต
เพื่อพระพุทธศาสนาอย่างแน่นอน เราอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย
กับวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของท่าน ย่อมเป็นสิทธิส่วนบุคคล 
แล้วแต่จริตความชอบของแต่ละคน แต่ไม่อาจกล่าวหาว่า ท่านมี
เจตนาไม่สุจริต เพราะผู้ที่มีเจตนาไม่สุจริต ทำเพื่อหวังลาภสักการะ
จะไม่ทำอย่างที่ท่านทำ และก็ทำไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างคน หรือ
สร้างศาสนสถาน เช่นการสร้างศาสนสถาน รองรับชาวพุทธได้ ๑ ล้าน
คน เป็นงานใหญ่ที่ต้องทำด้วยชีวิต เจดีย์ วิหาร ศาลา ศาสนสถาน
ต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นมาจะกลายเป็นสมบัติของพระพุทธศาสนา โดย
ไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาทเดียว

         การสร้างพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้อุทิศชีวิต
พื่อพระพุทธศาสนากว่า ๕,๐๐๐ รูป/คน ญาติโยมผู้มีศรัทธาอุทิศตน
เพื่อพระพุทธศาสนานับล้านคน

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “ศีล รู้ได้ด้วยการอยู่ร่วม” 
คนที่อยู่ด้วยกันเป็นสิบ ๆ ปี ใครนิสัยเป็นอย่างไรจะรู้กันหมด 
ถ้าท่านไม่ดีจริงจะไม่มีทางสร้างพระ เณร อุบาสก อุบาสิกา
ที่อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาได้เช่นนี้ ชีวิตของใคร ใครก็รัก 
จะสละชีวิตของตนได้ต้องชัดเจนแล้วว่าสิ่งนั้นดีจริง 
มีคุณค่าจริงเท่านั้น

การกระทำเชื่อได้มากกว่าคำพูด
 คนเราจะพูดอย่างไรก็ได้ ทั้งทางดีทางร้าย 
“สิ่งที่เชื่อถือได้มากกว่าคำพูด คือ การกระทำ”
 โดยเฉพาะการกระทำที่ทำมาตลอดชีวิตกว่า ๕๐ ปี






Share:

กฎแห่งกรรม

คติประจำ Blog

  1. ทำดีย่อมได้ดี.
  2. ทำชั่วย่อมได้ชั่ว
  3. ปลูกถั่วได้กินถั่ว..ปลูกงาได้กินงา

เกี่ยวกับผู้เขียน

ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งบนโลกใบนี้
มีลมหายใจไว้ทำดี
มีมือไว้สร้างสรรค์งานเขียน
มีหัวใจไว้ชี้แจงความจริง
ในนามว่า
"อังคนารักษ์ พิทักษ์ธรรม"

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

สำหรับผู้เข้ามาอ่าน
กรุณาวางอคติเสียก่อน ทำใจสบายๆ เพราะนี่คืองานเขียนอิสระ
สำหรับผู้ชม
หากผ่านมาได้อ่านก็หวังว่าจะได้แง่คิดดีๆ กลับไป คนเราอายุไม่ยาวถึงร้อยปี จะเก็บความโกรธเกลียดกันไว้ทำไม ถ้าคิดว่าพรุ่งนี้คือวันสุดท้ายของชีวิต คงไม่มีเวลามานั่งจับผิดใคร