Archive for สิงหาคม 2016

ใครๆ ก็ว่าชีวิตเหมือนละคร ..แต่ความจริงชีวิตจริงมันยิ่งกว่าละคร!! 
เพราะทุกบททุกตอน คนในเรื่องต้องเจ็บปวดจริงๆ 
และอาจถึงชีวิตจริงๆ เพียงเพราะกิเลสของใครบางคน!!
ความโลภที่ครอบงำ จึงทำได้ทุกอย่างเพื่ออำนาจและเงิน!!!


ดูละครน้ำดี ที่ใครได้ดูแล้วต่างได้ข้อคิด เรื่องมิตรภาพ ความหวัง และความรุนแรง
ตัวเอกที่ต้องต่อสู้ในคุก เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ภายใต้อำนาจที่ไร้ความยุติธรรม
คนรอบข้างที่ต้องติดคุก พวกเขายังมีความหวังหรือไม่??

บางคนอาจจะยอมจำนนต่อความไม่ยุติธรรม
แต่ตัวเอกเขาไม่ใช่คนแบบนั้น
แม้คุกอาจจะขังได้!! แม้สัสดีที่มีอำนาจจะใช้ความรุนแรงข่มขู่....แต่ไม่อาจสู้กับความจริงที่แสนจริงได้!!!!
สุดท้ายตัวละครเอกเขาชนะด้วยปัญญา 
ส่วนคนเลวที่อยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัย ได้รับอำนาจ
สุดท้าย ความชั่วของเขาก็เป็นตัวทำลายเขาเอง
อย่าสิ้นความหวัง!!!

ฉันไม่ได้ยิงเมียของฉัน ไม่ได้ยิงชู้ของเธอ
สิ่งที่ฉันทำฉันชดใช้หมดแล้ว!!!!

เชื่อเถอะ!! ว่าคดีที่วัดพระธรรมกายต้องเผชิญ
หลวงพ่อธัมมชโยกับคณะศิษย์ ที่ไม่มีอาวุธใดๆ
นอกจากความจริง และความบริสุทธิ์ใจ
สุดท้ายก็จะพ้นจากเคราะห์ภัยเช่นเดียวกับฉากสุดท้ายในหนังเรื่องดีๆ ที่คุณควรต้องดูเรื่อง The ShawShank
เช่นเดียวกับ คดีที่ กรมคดีกรมหนึ่ง 
ที่กำลังพยายามบีบคั้นให้พระเถระรูปหนึ่งวัดใหญ่แถวปทุม

ความหวัง สันติภาพ ความสงบในวัดนั้น ยังคงมี
ตราบใดที่ชาวพุทธผู้ศรัทธาในธรรมะและกฎแห่งกรรม
"ความจริงย่อมชนะทุกสิ่ง"
31 สิงหาคม 2559 

ความยุติธรรมไม่มีอยู่จริงหรือ!!!??? ข้อคิดจากหนังเรื่อง The ShawShank

Posted by : อังคนารักษ์ พิทักษ์ธรรม 0 Comments
นี่หรือ!!! จะมากู้ชาติ ปฎิรูปอะไรๆ ให้มันดีขึ้น 
ดีจริงก็จะไม่ว่าเลย แต่ปฏิรูปไปฏิรูปมากลายเป็น 
บริษัท กองทัพ มหาชนจำกัดไปชะงั้น 
แบบนี้ท่านจะโอเคกันอยู่หรือ ???
 หลังรัฐประหาร..ก็มีการต่างตอบแทนแก่ผู้ร่วมงาน



***ทหารเก่งไปทุกๆเรื่องฯ
เป็นการโกงอย่างถูกกฎหมายเสียด้วย ....
รับกันได้เหรอแบบนี้ สรุปทหารเป็นรั่วของชาติ
ศึกษามาเพื่อมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตยต่อสู้กับอริราชศัตรูหรือเป็นผู้บริหารธุระกิจกันแน่!!!???

1.)บริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน) พลเอก ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เป็นประธานกรรมการ พลเอก สกนธ์ สัจจานิตย์ เป็นรองประธานกรรมการ

2.)บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) พลอากาศเอก สุปรีชา กมลาศน์ เป็นกรรมการอิสระ พลอากาศเอก อำนาจ จีระมณีมัย เป็นกรรมการ และ พลเอก ชาตอุดม ติตถะสิริเป็นกรรมการอิสระ พลอากาศเอก ศิวเกียรติ์ ชเยมะ เป็นกรรมการ พลอากาศเอก ตรีทศ สนแจ้ง เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 1 พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา เป็นกรรมการ

3.)บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) พลอากาศโท จอม รุ่งสว่าง เป็นกรรมการ นาวาอากาศตรี ประจักษ์ สัจจโสภณ และ พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ เป็นกรรมการอิสระ พลอากาศโท ประกิต ศกุณสิงห์ เป็นกรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ

4.)บริษัท ไปรษณีย์ไทย พลเอก สาธิต พิธรัตน์เป็นประธานกรรมการ พลตำรวจโท อติเทพ ปัญจมานนท์[17] เป็นกรรมการ

5.) การไฟฟ้านครหลวง นายกองเอก กฤษฎา บุญราช[18] เป็นประธานกรรมการ พลอากาศเอก อานนท์ จารยะพันธุ์ พลเอก ธีรชัย นาควานิช และ พลตำรวจโท ไถง ปราศจากศัตรูเป็นกรรมการ

6.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ และ พลเอก วลิต โรจนภักดี นายกองเอก ชวน ศิรินันท์พร เป็นกรรมการ

7.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พันเอก ดร.ปรัชญา เฉลิมวัฒน์ และ พลเอก ชาตอุดม ติตถะสิริเป็นกรรมการ

8.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยพลเอก ดร. ยอดยุทธ บุญญาธิการ เป็นประธานกรรมการ นาวาอากาศเอก รองศาสตราจารย์ ดร. ธนากร พีระพันธุ์ เป็นกรรมการ

9.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พลตำรวจเอก เอก อังสนานนท์ เป็นประธานกรรมการ พลโท วราห์ บุญญะสิทธิ์ เป็นกรรมการ

10.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย พลเอก วิวรรธน์ สุชาติ ประธานกรรมการ พลตำรวจตรี ดร.สุรเชษฐ์ หักพาล พลอากาศเอก ยุทธนา สุกุมลจันทร์ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

11.) บริษัท ขนส่ง จำกัด พลโท สมชาย ชัยวณิชยา และ พลตำรวจเอก อำนาจ อันอาตม์งาม เป็นกรรมการ
การท่าเรือแห่งประเทศไทย พลเรือเอก อภิวัฒน์ ศรีวัฒนะ ประธานกรรมการ พลเรือเอก จักรชัย ภู่เจริญยศ เป็นกรรมการ
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียมจำกัด (มหาชน) พลเรือเอก ธนะรัตน์ อุบลและ พันเอก นิมิตต์ สุวรรณรัฐ เป็นกรรมการอิสระ

12.) การประปาส่วนภูมิภาค พลโท เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ พลเอก วิชิต ศรีประเสริฐ และ พลเอก ไตรรัตน์ รังคะรัตน เป็นกรรมการ

13.) การประปานครหลวง พลเรือโท ณเดโช เกิดชูชื่น และ พลเอก วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศลกรรมการ

14.) องค์การเภสัชกรรม พลโท ศุภกร สงวนชาติศรไกร ประธานกรรมการ

15.) โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง พลเอก วิลาศ อรุณศรี ประธานกรรมการ

16.)สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พลโท อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานกรรมการ พลตำรวจตรี สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข พลตรี ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ พันโท หนุน ศันสนาคม พันตำรวจโท อมร หงษ์ศรีทอง นายกองเอก ฉัตรชัย พรหมเลิศ เป็นกรรมการ

17.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย พลโท ถเกิงกานต์ ศรีอำไพประธานคณะกรรมการ

18.) สถาบันการบินพลเรือน พลอากาศเอก สฤษดิ์พงษ์ โกมุทานนท์ ประธานคณะกรรมการ

19.) การรถไฟแห่งประเทศไทย พลโท ชาญชัย ภู่ทอง เป็นกรรมการและประธานคณะกรรมการฝ่ายทรัพย์สิน

20.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พลโท ภาณุวัชร นาควงษม์ เป็นกรรมการ

21.) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พลอากาศโท บุญสืบ ประสิทธิ์ และ พลเอก ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข กรรมการอิสระ

22.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยพลเอก วรพงษ์ สง่าเนตร ประธานกรรมการ พลอากาศเอก ถาวร มณีพฤกษ์ และ พลเอก ปราการ ชลยุทธ เป็นกรรมการ

23.) ทีโอที พลเอก สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ประธานกรรมการ และ พันเอก สมเกียรติ สัมพันธ์ กรรมการ

24.) กสท โทรคมนาคม พันเอก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สรรพชัย หุวะนันทน์กรรมการบริหารและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่

25.) องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ พลเอก ชวลิต ชุนประสาน และ พลตรี ไพโรจน์ ทองมาเองเป็นกรรมการ

26.) องค์การคลังสินค้า พลตำรวจตรี ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานกรรมการ พันเอก (พิเศษ) ดร. ดิเรก ดีประเสริฐ รองประธานกรรมการ

27.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พลตรี ณัฏฐิพงษ์ เผือกสกนธ์ กรรมการ

28.) รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร ประธานกรรมการ พลเอก ดรัณ ยุทธวงษ์สุข กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่

29.) สำนักงานธนานุเคราะห์ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พลเรือโท วิพากษ์ น้อยจินดากรรมการ

30.)องค์การสุรา กรมสรรพสามิต พันเอก บุญรอด ศรีสมบัติ กรรมการ

31.) ธนาคารกรุงไทย พลโท เทียนชัย รับพรกรรมการ

32.) การเคหะแห่งชาติ พลเอก สุชาติ หนองบัว และ พลเอก พิสิทธิ์ สิทธิสาร เป็นกรรมการ

33.) บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด พลเรือเอก ณะ อารีนิจ ประธานกรรมการ พลเรือโท พิทักษ์ พิบูลทิพย์ รองประธานกรรมการ พลเรือโท พลเดช เจริญพูล พลเรือโท ฐานันดร์ เข็มเพ็ชร พลเรือโท ไพฑูรย์ ประสพสิน พลเรือตรี สิงขร ธีระสินธุ์ และ พลเรือตรี สุพจน์ สายวงศ์ปัญญา เป็นกรรมการ นาวาเอก พิชเยนทร์ ตันประเสริฐ เป็นกรรมการผู้จัดการ

34.) การกีฬาแห่งประเทศไทย พลอากาศเอก ทรงธรรม โชคคณาพิทักษ์ กรรมการ พลโท สุรไกร จัตุมาศ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

35.) องค์การสะพานปลา พลเรือเอก เริงฤทธิ์ บุญส่งประเสริฐ เป็นกรรมการ

36.)องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท เป็นกรรมการ

37.) องค์การเภสัชกรรม พลเอก ศุภกร สงวนชาติศรไกร เป็นประธานกรรมการ พลเรือตรีหญิง พิมพ์ใจ ไชยเมืองราช เป็นกรรมการ

38.) องค์การสวนสัตว์ พลเอก ภัทรินทร์ ลีลายุทธ ประธานกรรมการ พันเอก ขจรศักดิ์ ไทยประยูร และ พลตรี ศิริชัย เทศนา เป็นกรรมการ

39.) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม พันเอก ประเสริฐ ชูแสง เป็นกรรมการ

40.) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด พลอากาศเอก อิทธพร ศุภวงศ์ เป็นประธานกรรมการ พลเอก คณิต สาพิทักษ์เป็นรองประธานกรรมการ พันเอก พีรวัส พรหมกลัดพะเนาว์ เป็นกรรมการ

41.) องค์การตลาด พลตำรวจโท ชินทัต มีศุข[19]เป็นกรรมการอื่น

42.) การยางแห่งประเทศไทย พลเอก ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เป็นประธานกรรมการ

43.) องค์การจัดการน้ำเสีย พลอากาศเอก ปรีชัย หาญเจนลักษณ์ เป็นกรรมการ"


อ้อๆมีแถมจ้า !!! เจริญล่ะพ่อ

พันโทนราวิทย์ เปาอินทร์
ผู้อำนวยการสำนักบริหารกิจการ สังกัด สำนักบริหารกิจการ
องค์การกระจายเสียงและแพรภาพสาธารณแห่งประเทศไทย (TPBS)




โอ้!! พ่อทหารผ่านศึก 
ขอได้โปรดเมตตาคนไทย ชาวไทย
และพระภิกษุในพระพุทธศาสนา
บุญรักษาเถิด...ประเทศไทย

ทหารที่รัก...ไหนกัน!! จะจับปืนแล้วกู้ชาติ แล้วนี่อะไร!!??

 ตามไปดู เศรษฐีใหม่ ที่ร่ำรวยหลังยึดอำนาจ 
จากยุค จอมพลผ้าขาวม้าแดง 
ถึง ยุค บิ๊กบัง ทรัพย์สินและความมั่งคั่ง 
ท่านได้แต่ใดมา ? 


พลเอกสนธิ เบาะ ๆ แค่ 90 ล้าน 
บิ๊กจ๊อดและเมีย เรียบโร้ยระดับ พันล้าน 3 
จอมพลกิตติขจร-จารุเสถียร 
รวมกันพันล้าน สุดยอดต้องยกให้ 
จอมพลสฤษดิ์ ทะลุ 2,800 ล้าน
...น่าแปลกที่ นายพล และพลเอกหลายคน 
ยิ่งพูดเรื่องรักชาติ มากครั้ง และเสียงดัง มากขึ้นเท่าใด   พวกเขา ยิ่งร่ำรวย ยิ่งมั่งคั่ง   
  และยิ่งถ้า พวกเขาตบโต๊ะ  ประกาศลั่นว่า อั้ว รักชาติ  
นั่นแสดงว่า สินทรัพย์ของ ฯพณฯ ทะลุ พันล้านแล้ว !!!

  ในยุคเผด็จการที่  นายพล กับ เจ้าสัว เชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกัน  
ช่วงกลางทศวรรษ 2490 

 
พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์  เป็นกรรมการบริหารบริษัท 26 แห่ง  ซึ่งมีทั้ง ธนาคาร บริษัทภาพยนตร์ โรงแรม โรงงานน้ำตาล ธุรกิจนำเข้าส่งออก และธุรกิจเครื่องจักรกล

 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์  นั่งเป็นกรรมการบริหาร 22 บริษัท
  ปี 2512 จอมพลประภาส จารุเสถียร  เป็นกรรมการบริษัท 44 แห่ง พลเอกกฤษณ์ สีวะรา 50 แห่ง

  อธิบดีกรมตำรวจ พลตำรวจเอก ประเสริฐ รุจิรวงศ์ ถูกเชิญเป็นกรรมการบริษัท 33 แห่ง

   หลังการอสัญกรรมของจอมพลสฤดิ์ มีข้อมูลระบุว่า จอมพลผ้าขะม้าแดงสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเองและครอบครัวถึง 2,800 ล้านบาท
   นี่คือ ผลตอบแทนความรักชาติ  ที่สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้สวมท็อปบู๊ต เท่านั้น!!!???



 ผู้รักชาติ นักปฎิวัติ และเศรษฐีใหม่ 

      ในวาระครบรอบ 3 ปี แห่งการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
      พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกปล้นอำนาจ 
ออกมาแฉว่า  การรัฐประหารวันที่ 19 กันยายน 
คนไทยไม่ได้อะไรเลย  นอกจากได้เศรษฐีใหม่ส่วนใหญ่เป็นยศพลเอกและได้ทหารที่เข้มแข็งมีอาวุธมากขึ้น
    แม้ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เจาะจงชื่อผู้โค่นอำนาจเขา 
แต่ถ้าจับการเคลื่อนไหวของกลุ่มพรรคเพื่อไทยที่ยื่นเรื่อง
ต่อคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบความมั่งคั่งของ พล.อ.สนธิ  บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เครือญาติ ตลอดจนนายทหารร่วมกันยึดอำนาจ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะเข้าใจนัยของอดีตนายกฯทันที

    ขณะที่ พล.อ.สนธิซึ่งมีทีท่าว่าจะลงสนามการเมืองได้ให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมาว่าพร้อมให้ตรวจสอบ เพราะได้แจ้ง ป.ป.ช.ไปหมดแล้ว
    เท่ากับจนถึงขณะนี้ภาระการพิสูจน์ความจริงถูกโยนไปที่ ป.ป.ช. เรียบร้อยแล้ว
    จากกรณีดังกล่าว หากเปิดกรุสมบัติของอดีตผู้นำ คมช.ที่ยื่นแสดงต่อ ป.ป.ช. ตอนรับตำแหน่งรองนายกฯ ในรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ พบข้อมูลที่น่าสนใจ

    เพราะว่านายทหารอาชีพ 1 คน  ภรรยา 2 คนไม่ได้ทำธุรกิจ และ บุตรไม่บรรลุนิติภาวะ 1 คน รวม 4 คน มีทรัพย์สินรวมกันกว่า  90 ล้านบาท (ไม่รวมบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว 4 คน) ถือว่าไม่น้อย เมื่อเทียบกับนายทหารชั้นยศพลอากาศเอก และ พลเรือเอก ที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันที่มีทรัพย์สินแค่ 30 ล้านบาท


     ทั้งนี้ วันที่  5 ต.ค. 2550  ตอนรับตำแหน่งรองนายกฯ 
พล.อ.สนธิแจ้งว่ามีทรัพย์สิน  38.7 ล้านบาท   
นางสุกัลยา คู่สมรส คนที่หนึ่ง  14 ล้านบาท  นางปิยะดา คู่สมรส 
คนที่สอง  36.9  ล้านบาท  น.ส.ศศินภา บุตรไม่บรรลุนิติภาวะ 3 แสนบาทเศษ  รวม พล.อ.สนธิ นางสุกัลยา และน.ส.ศศินภา 53.1 ล้านบาท แต่ถ้ารวมนางปิยะด้วยเท่ากับ 90.1 ล้านบาท

     วันที่ 6 ก.พ.2551  ตอนพ้นตำแหน่ง ทรัพย์สินของ พล.อ.สนธิ นางสุกัลยา และน.ส.ศศินภา เพิ่มเป็น 60.1 ล้านบาท
     กระทั่งพ้นตำแหน่งครบ 1 ปีวันที่ 5 ก.พ. 2552  ทรัพย์สินของพล.อ.สนธิ นางสุกัลยา และน.ส.ศศินภา เพิ่มเป็น 62.2 ล้านบาท  
น่าสังเกตว่าการยื่นบัญชีฯ 2 ครั้งหลัง พล.อ.สนธิ มิได้แจ้งทรัพย์สินของภรรยาคนที่สอง แต่อย่างใด 
     หากเปรียบเทียบครั้งแรก กับ ครั้งหลัง ช่วงเวลาเพียงปีเศษ เพิ่มประมาณ 9 ล้านบาท ถือว่าพอสมควร  
(ถ้าการยื่นบัญชีฯครั้งแรก ไม่คลาดเคลื่อนหรือหลงลืม)

     เมื่อเจาะลึกพบว่า พล.อ.สนธิมีเงินลงทุน ได้แก่ หุ้นการบินไทย ,กองทุนเปิดทหารไทยพันธบัตร และ หุ้นสหกรณ์ออมทรัพย์ นสค.  รวม 11.2 ล้านบาท ไม่เปลี่ยนแปลง  แต่รายการที่เพิ่มขึ้นคือ "ที่ดิน " และ "เงินฝาก" 
      เงินฝาก ตอนรับตำแหน่ง พล.อ.สนธิแจ้งว่ามี 23.5 ล้านบาท 

นางสุกัลยา 3.9 ล้านบาท  ตอนพ้นตำแหน่งพล.อ.สนธิมี 29.3 ล้านบาท นางสุกัลยาลดลงเหลือ 1.3 ล้านบาท ตอนพ้นตำแหน่ง 1 ปี พล.อ.สนธิมี 26.6 ล้านบาท นางสุกัลยาเพิ่มเป็น 1.6 ล้านบาท

   
  ส่วนที่ดิน ตอนรับตำแหน่ง พล.อ.สนธิแจ้งว่าไม่มี นางสุกัลยามี 1 แปลง 1.3 ล้านบาท  ตอนพ้นตำแหน่ง พล.อ.สนธิ มี 1 แปลง มูลค่า 3.3 ล้านบาท นางสุกัลยา 4 แปลง 5.2 ล้านบาท ตอนพ้นตำแหน่ง 1 ปี พล.อ.สนธิมีที่ดิน 6 แปลง 6.3 ล้านบาท ส่วนนางสุกัลยามี 4 แปลง  
    
เบ็ดเสร็จที่ดินของคนทั้งสองเพิ่มขึ้นประมาณ 9 แปลง


บิ๊กบัง หรือ จะสู้ บิ๊ก จ๊อด 

     ขุมทรัพย์ของ "บิ๊กบัง"  เท่าที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.    ถ้าวางเทียบกับ บุรุษเสื้อคับอย่าง พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์  อดีตประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ที่โค่นอำนาจ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534  ถือว่าจิ๊บจ๊อยเป็นอย่างยิ่ง


     มีข้อมูลระบุว่า "บิ๊กจ๊อด" ผู้ให้สัมปทาน "ดาวเทียมสื่อสาร"แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ  รวยนับพันล้านบาท 

     ก่อนหน้านี้  คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามการดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินของ พล.อ.สุนทร ชุดนายทองใบ ทองเปาด์ อดีตส.ว.มหาสารคาม  ได้ตรวจสอบพบว่า "บิ๊กจ๊อด" มีทรัพย์สินอยู่ในการครอบครองของนางอัมพาพันธ์  ธเนศเดชสุนทร ภรรยา (อีกคน) ของ พล.อ.สุนทร ประมาณ 1,000 ล้านบาท

    
ภายหลังจาก พล.อ.สุนทรเสียชีวิตเกิดศึกแย่งชิงมรดกระหว่าง นางอัมพาพันธ์ กับ พ.อ.(หญิง) คุณหญิงอรชร คงสมพงษ์ ภรรยาของพล.อ.สุนทร   นางอัมพาพันธ์ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแห่งกรุงเทพใต้ ขอให้มีคำสั่งเป็นผู้จัดการมรดก  โดย พ.อ.(หญิง) คุณหญิงอรชร และบุตรชาย 2 คน ยื่นคัดค้าน พร้อมเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางอัมพาพันธ์ กับพวก รวม 12 คน เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนนิติกรรม และเรียกคืนทรัพย์สินประมาณ 3,900 ล้านบาท!!!!

     คณะกรรมาธิการวิสามัญฯเข้าไปตรวจสอบสินมูลค่า 1,000 ล้านบาท และมีข้อสังเกตว่า ช่วงก่อน-หลัง เป็นประธาน รสช. บัญชีเงินฝากของ พล.อ.สุนทร มีกระแสเงินไหลเวียนเข้า-ออก สูงถึง 122.6 ล้านบาท และ จำนวน 127.3 ล้านบาท ตามลำดับ

     นางอัมพาพันธ์ ไม่ได้ประกอบธุรกิจ นอกจากเล่นหุ้นในบางครั้งแต่กลับมีทรัพย์สินในครอบครองมูลค่าถึง 1,000 ล้านบาท และไม่สามารถตอบได้ชัดเจนว่าได้ทรัพย์สินมาอย่างไร
    
     ต่อมากรมสรรพากรได้เรียกนางอัมพาพันธ์มาชี้แจงแหล่งที่มาของเงินฝากใน 29 บัญชี ประมาณ 500 ล้านบาท ปรากฏว่านางอัมพาพันธ์ ชี้แจงได้ประมาณ 400 ล้านบาท อีก 100 ล้านบาทชี้แจงไม่ได้ กรมสรรพากรจึงเรียกเก็บเสียภาษี พร้อมชดเชยค่าปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมายกำหนด รวม 75 ล้านบาท


บิ๊กจ๊อด หรือ จะสู้  2  จอมพล 

    อย่างไรก็ตาม ความมั่งคั่งของ "บิ๊กจ๊อด" ถ้าเทียบกับ 
จอมพลสฤดิ์ ธนะรัชต์ กับ จอมพลถนอม กิตติขจร อาจใกล้เคียงกัน 
     ภายหลังการอสัญกรรมของจอมพลสฤดิ์ มีข้อมูลระบุว่า จอมพลผ้าขะม้าแดงสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเองและครอบครัวถึง 2,800 ล้านบาท

     จอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งเคยเป็นลูกน้องจอมพลสฤษดิ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในขณะนั้นถึงเหตุผลในการยึดทรัพย์จอมพลสฤษดิ์เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2507 จำนวน 604.5 ล้านบาท ว่าอดีตเจ้านายของเขาใช้อำนาจโดยมิชอบกระทำการเบียดบังและยักยอกทรัพย์สินของรัฐ


     
และให้เหตุผลในการประกาศใช้ มาตรา 17 แห่งธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร ยึดทรัพย์จอมพลสฤษดิ์ว่าต้องการมาใช้หนี้รัฐ เพราะจอมพลสฤษดิ์นำเงินของรัฐไปใช้ประโยชน์ส่วนตน ซึ่งเป็นเงินฝากในธนาคารประมาณ 400 ล้านบาท ไม่รวมเงินฝากในต่างประเทศอีกหลายร้อยล้านบาท

    
  ขณะที่จอมพลถนอมซึ่งถูกนายสัญญา ธรรมศักดิ์ นายกฯคนที่ 12  ใช้อำนาจตามมาตราเดียวกันยึดทรัพย์พร้อมกับจอมพลประภาส จารุเสถียร  และ พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2517 มีมากกว่าพันล้านบาท 
      ในจำนวนนี้เป็นเงินฝากกว่า 472 ล้านบาท แบ่งเป็นจอมพลถนอม 24 ล้านบาท ท่านผู้หญิงจงกล กิตติขจร 98 ล้านบาท พ.อ.ณรงค์ 32 ล้านบาท นางสุภาภรณ์ กิตติขจร 32 ล้านบาท  ไม่รวมทรัพย์สินอื่น 700-800 ล้านบาท
      เห็นได้ว่าผู้โค่นอำนาจในยุคอดีตแต่ละคนล้วนมั่งคั่ง  ขณะที่นายทหาร คมช.ผู้โค่นอำนาจ พ.ต.ท.ทักษิณเมื่อวันที่ 19 กันยายน หลายคนอู้ฟู่



      การจัดซื้ออาวุธนับหมื่นล้านบาทถูกวิพากษ์วิจารณ์กันทั้งเมือง 
      เพราะรักชาติ กันทีไร ก็ร่ำรวยกันทันตาเห็น !!!

Cr.http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1254482992


ตกลงคุณ!!! รักชาติ...ทำเพื่อชาติ หรือเพื่อเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง?

แล้วที่ปฏิบัติต่อวัดพระธรรมกายคืออะไร??

ใช่ว่าอยากจะได้เงินวัดหรือ??? 

ทำไม DSI ไม่ไปตามเงินสหกรณ์ที่อื่นคืน

มาขู่บังคับอะไรกับเงินวัดที่ไม่ใช่คนในสหกรณ์ทำ

แต่คือเงินของชาวบ้านธรรมดาๆ ทั่วประเทศ!!!

อู้ฟู่!! บิ๊กๆนายทหาร คมช.ผู้โค่นอำนาจ พ.ต.ท.ทักษิณ เรียกพวกเขาว่า คณะมั่งคั่งแห่งชาติ(คมช.) ?

Posted by : อังคนารักษ์ พิทักษ์ธรรม 6 Comments
ไม่ไหวจะเคลียร์..เพลียจิตกับ DSI หน่วยงานรัฐ
รู้ตัวมั๊ย!! ว่าทำให้ประชาชนสับสนกับการทำงาน
คดีที่พระวัดพระธรรมกายไม่อยากรับประเคน 
แต่ก็ยัดเยียดหาเรื่องให้ได้ 
จริงหรือ!!?? อย่างนี้ DSI ต้องชี้แจงด่วน!!!



ชี้ชัดๆ ...ได้กลิ่นไม่ค่อยยุติธรรมมาตั้งแต่ต้น
เราคนธรรมดาเดินดิน แต่ใช่ไร้สมองปัญญา
สับสนมานานว่า..นี่หรือคือกฎหมายที่คุ้มครองประชาชน
หรือว่ามีไว้ทำสนับสนุนใครบางคนเท่านั้น!!???
ถ้าจะชกมวยกันวนไปแบบนี้เห็นทีสุดจะทน
ขอปล่อยหมัดตรงๆ 6 ที เพื่อให้ DSI รับหมัด แล้วชี้ชัดไปเลย!!
ทำไม DSI ปฏิบัติเช่นนี้ต่อวัดพระธรรมกาย
#แชร์วนไปค่ะ #dsiชี้แจงด่วน #คดีธรรมกาย

เมื่อวานนี้มีการชี้แจงข่าวในกรณีที่เกิดการวิเคราะห์
และวิจารณ์การทำงานของหน่วยงานบางหน่วยงาน
ของกระทรวงยุติธรรม โดยอาศัยคำพิพากษาของศาลปกครอง
ในกรณีที่เกี่ยวข้องกันเป็นเกณฑ์

โดยสรุปก็คือว่า "เกรงประชาชนสับสนจึงต้องออกมาชี้แจง"

1. ตามความเข้าใจ คดีนี้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายท่าน 
คือใครมีชื่อในการรับเช็คหรือไม่มีชื่อแต่เกี่ยวข้อง 
ก็ดึงมาสอบถามเกือบทั้งหมด 

ก็รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกันว่า...
ทำไมถึงยกเว้นผู้ที่เกี่ยวข้องบางท่านบางหน่วยงาน ทั้งๆ ที่ก็รับบริจาคเช่นเดียวกับทางวัดพระธรรมกาย?


2. ดูจากการทำงานคล้ายกับว่าจะเน้นมาที่พระเทพญาณมหามุนี
และวัดพระธรรมกายเป็นหลัก 
หรือคิดว่าเงินทั้งหมดที่หายไปจากสหกรณ์ ทางวัดเป็นคนเอามาใช้? เลยไม่ค่อยไปหาข้อมูลทางด้านอื่นๆ

3. ทำไมอัยการท่านหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับคดี 
ไม่ยอมมาสอบถามข้อมูลกับพระเทพญาณมหามุนีที่วัด
(ท่านพร้อมจะให้ข้อมูล มีการร้องขอจากทนายเป็นเอกสาร) 
โดยอ้างว่าทำไม่ได้ ผิดกฎหมาย ซึ่งขัดกับอัยการ
และเจ้าพนักงานสอบสวนอีกหลายๆ ท่านซึ่งบอกว่าทำได้ 
จนเป็นที่มาของการออกหมายจับ 

การที่ทำแบบนี้อยากได้ข้อมูล หรืออยากจะออกหมายจับ?


4. ทำไมถึงมีการออก"หมายเรียก"พระมาเป็นพยานตั้งหลายรูป ทั้งๆ ที่ตามกฎหมายทำไม่ได้ มีนัยยะอะไรหรือไม่ 
หรืออยากจะเปลี่ยนพยานไปเป็นผู้ต้องหาในภายหลัง?

5. มีการออกมาให้ข่าวในเชิงชี้นำ "ขอให้พระเทพญาณมหามุนีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม" จนคนในสังคมเข้าใจผิดคิดว่าท่านดื้อ ทั้งๆ ที่ใน
ความเป็นจริงท่านเคยยื่นความจำนงค์ประสงค์จะให้ปากคำเพื่อเข้าสู่กระบวนการฯ มาตั้งแต่ต้นแต่ติดที่ว่าอาพาธ จึงขอให้มาสอบถามที่วัดแทน

ทำไมถึงออกมาให้ข่าวเช่นนั้น? 

6. พระได้รับพระราชทานสมณศักดิ์จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้เกียรติท่านบ้างจะได้ไหม? แค่เดินทางมาสอบถามที่วัดซึ่งทำได้ตามกฎหมาย 
ทำไมถึงไม่ยอมมา อ้างแต่ว่าทำไม่ได้ ขอทราบเหตุผลอย่างเป็นทางการด้วย?

การชี้แจงบอกว่าเกรงประชาชนจะสับสน "ศิษย์วัดในฐานะที่เป็นประชาชน" ก็รู้สึก
"สับสน"ในการกระทำของทางหน่วยงานของท่านมากๆ หากดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาประชาชนก็คงจะไม่สับสน

ดังนั้น...อาจจะต้องมีการพิจารณาการทำงานของหน่วยงานของท่านบ้างหรือไม่? ว่าทำไม? ถึงก่อให้เกิดความวุ่นวายสับสนอันขัดกับหลักการของกฎหมาย ที่มีไว้เพื่อรักษาความสงบของสังคม 

ตรงนี้ก็อยากได้ยินคำชี้แจงจากท่านด้วยเช่นกัน!!!
Cr. ประชาชนไทยนิรนาม น่าสงสัยdsi จริงๆ




6ข้อสงสัยชี้ชัด!!?? ปมคดีวัดพระธรรมกาย DSIชี้แจงด่วน!!!!

ทำไมไผ่ดาวดินถูกจับเข้าคุก ทำไมเขาต้องต่อสู้!!!???
เขาทำเพื่ออะไร แล้วทำไม???
ความจริงวันนี้...กับแง่คิด ไผ่ดาวดิน 
กระบวนการยุติธรรมไทยที่ปฏิบัติต่อพระพุทธศาสนายุติธรรมหรือ?


อ่านหนังสือพิมพ์หน้า 1 วันนี้แล้วรู้สึกอยากรู้ว่า
"ไผ่ดาวดิน" คือ ใคร???
ทราบว่า เขาคือนักศึกษาธรรมดา กับพวก
ที่ทนต่อสถานการณ์บ้านเมืองในยุคนี้ไม่ไหว
ประชาชนเดือดร้อน ...ทุกหย่อมย่าน
เสียงคัดค้านที่ไม่อาจเปิดเผย!!!



พลังขับเคลื่อน เพียงเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม
ของไผ่ดาวดินและเพื่อนๆ


ไผ่ดาวดิน กับพรรคพวก คือ กลุ่มนักศึกษาหัวใจกล้าเขาเพียงออกมาเสนอความคิดเห็นต่าง
นี่คือเหตุที่เขาถูกจับเข้าคุกหรือนี่!! ??
ไผ่ หรือ "จตุภัทร บุญภัทรรักษา" 
อยู่ในคุกเข้าวันที่ 16 สิงหาคม 2559 
เพราะแจกเอกสาร "ไม่รับ" ร่างรัฐธรรมนูญ
และจัดกิจกรรมหนึ่งปีรัฐประหารเท่านั้น ...


ไผ่ก็ถูกเจ้าหน้าที่อายัดตัวส่งศาลทหารในคดีฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 กรณีชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ในกิจกรรมครบรอบ 1 ปีรัฐประหาร โดยได้นำตัวไปขึ้นศาลทหารทันที

สุดท้าย... ไผ่ดาวดินและพวกถูกจับเข้าคุก 
มีเพียงเขาที่ไม่ได้รับการปล่อยตัว

ในวันนี้เขาได้รับการปล่อยตัวแล้ว
คำถามที่เกิดขึ้นมากมายในขณะนี้...
กระบวนการอยุติธรรมไทย !!??กระบวนการไร้ซึ่งความยุติธรรม !!??ความยุติธรรมมีอยู่ไหน?ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน?
มาถึงกระบวนการที่กำลังบีบคั้นหัวใจชาวพุทธ
คือการเร่งรัด บุก ยึด จับ พระภิกษุสงฆ์
ออกข่าวให้สังคมตีหน้าว่าพระไม่ดี พระรุกป่า กระบวนการบุกจับเช่นนี้ คือกระบวนการที่จะกระทำต่อวัดหรือ??

ในขณะที่ยาบ้า และระเบิดที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่สงบ
กลับไม่สามารถยุติได้ แก้ไขไม่ได้ ก็เลยคิดนโยบาย
ให้ผลิตยาบ้าขายเอง!!??? คุณพระ!! ใช้หลักอะไรคิด!!??

วัดพระธรรมกายจับเจ้าอาวาสไม่ได้
ทำอย่างไรก็ได้ให้สังคมคิดว่าท่านผิด ต้องจับให้ได้เช่นนั้นหรือ??
ทำให้ทุกคนเอือมว่าทำไมไม่ทำตามกระบวนการหรือ
คำถาม : กระบวนยุติธรรมที่ใช้พิจารณาครั้งนี้ต่อวัดพระธรรมกายเป็นกระบวนการที่ยุติธรรมจริงหรือ? พึ่งได้หรือ??? 



นี่หรือกระบวนการยุติธรรม
หรือนี่..คือกระบวนการพรรคพวกทำลายพระพุทธศาสนา
ประเทศไทยกำลังป่วย...ถึงขั้นโคม่า
ถึงเวลาชาวพุทธออกมาต่อสู้ด้วยความจริง
"ปกป้องวัดวาอาราม พิทักษ์พระพุทธศาสนา"!!!


ไผ่ ดาวดิน นักสู้มือเปล่ากับกระบวนการยุติธรรมไทยที่พึ่งไม่ได้!!???

อำนาจ!กฎหมาย!ประชาชน!
ใครคือผู้เป็นเจ้าของประเทศไทยนี้???
ยาบ้าที่ทำลายเยาวชนลูกหลานไทยให้พังพินาศ
นี่หรือคือการพัฒนาประเทศชาติให้รุ่งเรือง...!!??


นี่หรือคือกฎหมาย...
ชาติบ้านเมือง...ลูกหลานไทยจะเป็นอย่างไร
เมื่อยาบ้ามีขายทั่วไป จะเสพเมื่อไรก็ได้เสพแล้วทำร้ายพ่อแม่...ทำร้ายผู้บริสุทธิ์!!
วัดวาอาราม..บรรพชนสร้างมา สืบทอดรักษาด้วยศาสนทายาท
พระสงฆ์ผู้บำเพ็ญสมณธรรม
กลับถูกกล่าวหา...หยามหมิ่น
ทั้งชีวิตที่พลีเพื่อสั่งสอนถ่ายทอดพระธรรม
กลับต้องมาถูกตราหน้าว่า "ขี้โกง"


 บ้านเมืองนี้!! มีกฎหมายไว้ทำไม???
หรือมีไว้คุ้มครองเฉพาะพรรคพวกของตน



คนดีๆ มีสติปัญญา มองสถานการณ์ที่ชี้นำด้วยสื่อแล้วก็รู้
ว่าโจมตีฝ่ายตรงข้ามด้วยอำนาจที่มีในมือ

ก็คงจะมีแต่คนไม่ดีกระมัง!! ที่คิดโง่ๆ
คิดว่าสิ่งที่ผิดคือ ถูก
แก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด
เพราะกาย วาจา ใจ ของเขาไม่สะอาดมีแต่ความคิดผิด หวังผิด และพูดดีเข้าตัว ชั่วให้คนอื่น

อย่าลืมว่าเมื่อไร..ที่อำนาจต้องหมดไป
เมื่อนั้น..ความชั่วที่ทำ กรรมที่สร้างต้องปรากฎชัดเจน
ปล. คุณลุงบิ๊กๆ ทั้งหลาย
ลูกหลานก็เฝ้าดูอยู่ว่าวันใด คุณลุงจะคิดได้
หรือต้องรอให้ภัยเข้าไปถึงในบ้าน
ครอบครัวเดือนร้อนด้วยการถูกประนาม

วันนั้น!! คงจะได้รู้กันนะคะคุณลุง!!!


ถึงบิ๊กทั้งหลาย "คุ้มครองยาบ้าไล่ล่าพระสงฆ์"...ถอดหัวโขนลงเมื่อไรรู้กัน!!

เผยความจริง!! สถานการณ์บ้านเมืองไทย
ความยุติธรรม หรือความอำมหิต !!!
อำนาจที่ใช้ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ แต่ปกป้องพวกพ้องตน
คือ สิ่งที่ถูกต้องหรือไม่!!??? ที่นี่มีคำตอบ




 คุณวีรพัฒน์ ปริยวงค์ 
นักศึกษาทุนมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดอันดับ 1 ของโลก จบ ดอกเตอร์ได้เกรดเกียรตินิยม 
เหรียญทอง เป็นที่ 1 ของโลก 
ของคนไทยคนเดียวที่นี่!!!


เปิดเผยเหตุการณ์ไม่สงบ
แต่เพราะเหตุใด..!!!??
คุณวีรพัฒน์จึงกลับประเทศไทยไม่ได้
ทำไมบ้านเมืองเราเดือดร้อนวุ่นวายอย่างนี้ เพราะ?
หรือประเทศไทยไร้ความยุติธรรม ผู้มีความคิดเป็นนักประชาธิปไตย จึงต้องลี้ภัยไปอยู่ อังกฤษ
(คลิกรับชมก่อนถูกลบ!!)




นี่หรือ!!! ผู้มีอำนาจในบ้านเมือง
คิดว่าจะปิดหู ปิดตาชาวไทยได้นานแค่ไหน
อีกไม่นานเชื้อพาลในตัว..เชื้อชั่วในใจ
ก็ต้องฉายออกมา
เพราะความชั่วมันปิดไม่มิด
และชีวิตคนชั่วก็ไม่เคยมีความสุข
ภายใต้อำนาจที่ใช้อย่างเริงร่า
สักวันเมื่อไร้สิ้นสิ่งใด
กฎแห่งกรรมจะตัดสินเขาด้วยความยุติธรรมที่สุด




ยุติธรรมหรืออำมหิต?? เผยความจริงจากนักกฎหมายไทยเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทองมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด

ประเทศไทย!! เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร???
เมื่อยาบ้าถูกชงให้ทำขายทั่วไปไม่ผิดกฎหมาย
ตายจริง!! ก็ไม่รู้สินะว่าคนคิด
บ้าหรือเปล่านะ!!??? โถ คุณลุงไพเบี้ย!!!???

He come back!!!'
18 สิงหาคม 2559 จารึกไว้ประเทศไทยมีแบบนี้ด้วยหรือ
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม "ยาบ้าเป็นสินค้าเศรษฐกิจ" แนะกระทรวงสาธารณสุข ทำยาบ้าเหลือเม็ดละ 50 สตางค์
  วันที่ 18 สิงหาคม 2559 พล.อ. ไพบูลย์  คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กล่าวบนเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นเพื่อนำเสนอนโยบายยาเสพติดที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยว่า ตนได้ยินศาลบอกไม่อยากสั่งคุมขัง แต่จำเป็นต้องทำเพราะกฎหมายเพื่อให้การแก้ปัญหาเดินต่อไปได้ ดังนั้นก็แสดงว่า กฎหมายยาเสพติดมีปัญหา จำเป็นต้องแก้ไขเพื่อให้การแก้ปัญหาสามารถเดินหน้าต่อได้

         

 คุณพระช่วย!!! นโยบายกระทรวงยุติธรรม
เอายังไงดีล่ะคนไทย
เห็นด้วยไหม!!??



หนูน้อยๆที่น่ารัก ก็สามารถซื้อหาทดลองได้ ราคาถูกขนาดนี้ คุณลุงใจดี ที่สุด ในสามโลก เยาวชน ไทย จะได้สัมผัส สิ่งเสพติด 
ป็น การเรียนรู้ชีวิตอย่างหนึ่ง ความคิดที่จัญ....จริงๆ


ไล่เข้าไป..เอาให้ได้สักเรื่อง
ยาบ้านี่..คือคุณลุงจะทดลองให้ลูกหลานของคุณลุงลองกินก่อนไหม
จะได้รู้ว่า ลูกหลานคนไทยจะควรกินไหม

อ่อ!! ส่วนเรื่องตามจับพระวัดพระธรรมกาย
เพลาๆ เสียบ้างนะคุณลุง

พระภิกษุ-สามเณร ท่านจะได้บำเพ็ญสมณธรรมอย่างสบายใจบ้าง!!


ยากจะบรรยายจริง!!! เอวังฯ

"ไพเบี้ยคนเดิม" เพิ่มเติมสนับสนุนยาบ้าถูกกฎหมาย!!???

กรณีตรวจป่า...ไล่ล่าหาเรื่องวัดพระธรรมกาย
แล้วก็มาถึงการออกหมายจับหลวงพ่อธัมมชโย วัดพระธรรมกาย
ไม่ทราบว่า คุณลุงบิ๊กปู จะหยุดเมื่อไรหนอ!!???
เป็นไปตามความคาดหมาย ผลงานเด่นของคุณลุง
มาคราวนี้สวนป่าหิมวันต์ภูเรือ จ.เลย ก็หาเรื่องจนได้!!??


เรียนคุณลุงบิ๊กปู...และผู้อยู่เบื้องหลังทุกท่าน
ฟ้าหลั่งฝนยังทนได้...แต่ใจร่ำไห้ ยากจะทน
ข้อหานี้..ท่านให้แต่ใดมา หลวงพ่อธัมมชโย จะต้องจับให้ได้เลยหรือ
ถึงขั้นเอาเรื่องที่ดินมาหาเรื่องพระ..ชัดเจนมากว่านี่ไม่ยุติธรรม!!???

กรณี พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวถึงกรณีสวนป่าหิมวันต์ว่า 
"ศาลออกหมายจับต้องมีหลักฐานเพียงพอ ซึ่งศาลเชื่อว่าบุคคลนั้น
มีส่วนในการกระทำผิด มิฉะนั้นศาลคงไม่พิจารณาหมายจับให้ 
โดยทาง DSI ในการอนุมัติขอหมายจับนั้น
ก็ต้องชี้แจงพยานหลักฐานต่างๆ
ว่าผู้ต้องหากระทำความผิดอย่างไร"
ทางวัดยืนยันและมั่นใจว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้ยื่นเอกสารข้อมูลหลักฐานให้ศาล "ไม่ครบถ้วน" !!!
ส่วนกรณีหมายจับของทางDSI ไม่มีการชี้แจงเลยว่า 
อกหมายจับด้วยเหตุผลอะไร ?? 
ทั้งๆที่ หลวงพ่อธัมมชโย ป่วย และไม่คิดหลบหนีไปไหน !!!

วัดพระธรรมกาย ปฏิเสธข้อกล่าวหาบุกรุกป่า จ.เลย - 
ยืนยันอยู่นอกเขตป่าสงวน

จากข่าวปรากฏในสื่อบางสำนัก กรณีสวนป่าหิมวันต์
 วัดพระธรรมกาย ขอชี้แจง ดังนี้ ...
1.ขอยืนยัน
ว่า พื้นที่ของสวนป่าหิมวันต์ อ.ภูเรือ จ.เลย 
ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 726 เล่ม 8ก 
หน้า 26 เลขที่ดิน 87 หมายเลข 5247 แผ่นที่ 118 ตำแหน่งที่ดิน 
ตำบลร่องจิก อำเภอภูเรือจังหวัดเลย มีพื้นที่ 129 ไร่ 
ตามเอกสารทางราชการดังกล่าวนี้เท่านั้น ปัจจุบันผู้ครอบครอง
 คือ วัดพระธรรมกาย ไม่ใช่พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) แต่อย่างใด

จากการสนธิกำลังเข้าตรวจสอบ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2557 
ของเจ้าหน้าที่ทหารจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคง(กอ.รมน.) จังหวัดเลย, 
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูเรือ, เจ้าหน้าที่ป่าไม้จากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (อุดรธานี), 
เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอภูเรือและเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลร่องจิก 
ได้รับการยืนยันตามหนังสือราชการ ที่ ลย.0817/1992 
ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2559 จากนายอำเภอภูเรือ ถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย
 ในย่อหน้าสุดท้ายของหนังสือดังกล่าว ระบุชัดเจนว่า พื้นที่ทั้งหมดของสวนป่าหิมวันต์ทั้ง 129 ไร่ อยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ
 ป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้า และป่าภูเรือ
ดังนั้นการกล่าวหาว่า สวนป่าหิมวันต์ หรือ วัดพระธรรมกาย 
หรือ พระเทพญาณมหามุนี บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 
จึงเป็นข้อกล่าวหาที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ป็นการจงใจใส่ร้ายป้ายสีด้วยข้อมูลที่ไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง

2.ขอยืนยันว่า พื้นที่ 52 ไร่ นอกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) 
เลขที่ 726 ไม่ใช่พื้นที่ของสวน ป่าหิมวันต์ หรือ วัดพระธรรมกาย หรือ พระเทพญาณมหามุนี แต่อย่างใด
ปัจจุบันเป็นของนายศุภมิตร ชินวงศ์ ซึ่งเป็นชาวบ้านบ้านแก่ง หมู่ 1
 ตำบลร่องจิก อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย และพื้นที่ดังกล่าวก็อยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ
 โดยได้ถูกจำแนกออกจากเขตป่าไม้ถาวรและเขตป่าสงวนแห่งชาติ 
ป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้า ป่าภูเรือ(ป่าหมายเลข 23) ตามมติ คณะรัฐมนตรี
 เมื่อปี พ.ศ.2532 เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2532
ตามที่มีการนำเอาพื้นที่ดังกล่าวมากล่าวหา วัดพระธรรมกาย โดย พระเทพญาณมหามุนี 
หรือ พระเทพญาณ มหามุนี ว่าบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้า ป่าภูเรือ 
จึงเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนจาก ความเป็นจริง เป็นการกล่าวหาโดยมิชอบ ไม่มีการตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดตามข้อเท็จจริง 
แต่กลับมีการรวบรัด เร่งรีบ ในการดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม 
รวมทั้งไปยื่นขอออกหมายจับพระเทพญาณมหามุนี ต่อศาลจังหวัดเลย 
ทั้งที่ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น สวนป่าหิมวันต์ หรือ วัดพระธรรมกาย 
หรือ พระเทพญาณมหามุนี ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับพื้นที่ 52 ไร่ดังกล่าวเลย

โปรดรอบคอบในการตั้งข้อกล่าวหา
และการขอออกหมายจับหลวงพ่อธัมมชโยกรณีสวนป่าหิมวันต์
ในเมื่อมีเอกสารสิทธิ์ที่ดินชัดเจน 
มีหนังสือรับรองความถูกต้องจากทางราชการอย่างนี้ 
จะรุกป่าได้อย่างไร

เพราะถ้าหากการตั้งข้อกล่าวหาและการดำเนินคดีเป็นไปโดยไม่สุจริตหรือผิดขั้นตอน ท่านอาจผิดกฎหมายเสียเอง 
โดยเฉพาะประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ มาตรา 200วรรค2


สรุปเลยนะคะคุณลุงบิ๊กปูขา
อย่ารังแกพระอีกเลย
ไปช่วยซับน้ำตาภัยใต้..
จะได้ประโยชน์มากกว่ามาหาเรื่องพระสงฆ์

น้ำตาภูเรือสวนป่าหิมวันต์..หมายจับที่ไม่คู่ควร!!???

- Copyright © ความจริงวันนี้ - Blogger Templates - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -