Archive for 2017










วิถีนักรบที่แท้...คือเพื่อปกป้อง ผดุงคุณธรรม
ดาบของเขาจึงไร้ความคม...แต่คนพาลนั้น
กลับตรงกันข้าม...

ใช้ปัญญาของตนเพื่อเอาชนะระรานคนดีสร้างความวุ่นวายเดือดร้อน นี้จึงไม่ใช่วิถีของ "ปัญญาชน"

เคยดูหนังซามูไรเรื่องหนึ่งได้ข้อคิดที่ดีมาก
หลังจากฝึกฝนวิทยายุทธจนเก่งมากไม่มีรองใคร
อาจารย์ได้มอบดาบแก่เขาพร้อมมอบว่า...ดาบไม่ได้มีไว้ฆ่าใคร
แต่มีไว้ป้องกันและปกป้องคนดีจากคนชั่ว

เมื่อถึงสถานการณ์คับขันที่เขาต้องสู้!!
เพราะศัตรูต้องการดาบที่แสดงความเป็นหนึ่งนั้น
ชักดาบนั้นออกมา!!! (ชิ้งงงง เสียงดาบผู้กล้าดัง)
ดาบนั้นซ่อนคมไว้อีกด้านหนึ่งเวลาต่อสู้เขาจึงต้องใช้ปัญญา
ว่าจุดอ่อนของคู่ต่อสู้อยู่ตรงไหน

ในที่สุดเขาก็ชนะ และไม่ได้ฆ่าใคร
เพียงแต่สั่งสอนให้หลาบจำ!!
ต่อไปอย่าระรานใครอีกนะเจ้าคนพาล
หากกลับตัวกลับใจเสียแต่วันนี้
ผู้คนพร้อมให้อภัย

แต่ตรงกันข้ามหากใช้กำลังตน
ไปในทางที่ชั่ว..
ไม่นาน...กรรมต้องสนอง
"ดาบนั้นคืนสนอง"


cr.อังคนารักษ์ พิทักษ์ธรรม

วิถีพาล-ดาบสองคม

เรื่องเปรี้ยว มือสังหารสวยพิฆาต 
ดังเปรี้ยงๆ จนไม่เขียนไม่ได้แล้ว แล้วในมุมมองพระพุทธศาสนา
พุทธศาสนิกชนอย่างเรา จะคิดเช่นไร ความจริงวันนี้
ขอร่วมพิจารณากับคุณผู้อ่านทุกคนค่ะ!!


ถ้าถามว่าเปรี้ยวสวยไหม...ตอบเลย เธอสวย...
แต่ก็ไม่รู้ว่าก่อนจะสวยขนาดนี้ไปทำอะไรมา เรื่องนั้นเราไม่กล่าวถึง

แต่ความสวยของเธอทำให้เธอโด่งดังเป็นข่าวได้หลายวัน
(นี่ถ้า #เปรี้ยว ไม่มามอบตัวก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเหมือนในหนังไหม)

สื่อยุคปัจจุบันนี้ นำกระแสที่ผู้คนสนใจมาเร้าใจ
ทุกอย่างทีเกี่ยวกับ #เปรี้ยว ก็ดังไปหมด ตั้งแต่หมอนยันกระเป๋า
แต่ในเฟสบุ๊คเธอนี่ (จากที่ได้ไปส่องดูนะ) ถูกกระหน่ำSummer Sale
ไม่เหลือค่ะ (แต่เปรี้ยวคงไม่ได้อ่านแล้วกระมังคะ)

เสียงตอบโต้มากมาย หนึ่งในนั้น ก็มีการเห็นอกเห็นใจเปรี้ยว
เด็กน้อยวัยรุ่น ก็ออกมาปกป้องพี่เปรี้ยว ให้สู้ๆ อะไรทำนองนั้น
-- ไม่มีภาพประกอบ เพราะอ่านแล้วใจรู้สึกจะบอกช้ำ--
-----เกิดคำถาม เปรี้ยวเป็นฮีโร่ไปได้ไง--------งง-------

เข้าเรื่องเลย...มุมมองของเรื่องเปรี้ยวในแง่ของพระพุทธศาสนา
พิจารณา 5 ข้อด้วยกัน

1. ก่อนเปรี้ยวลงมือฆ่า *แอ๋มมีชีวิต
คือแอ๋ม ยังมีลมหายใจ เดินได้ พูดได้ มีความเป็นคน

2. ก่อนเปรี้ยวลงมือฆ่า *เปรี้ยวรู้ว่าแอ๋มมีชีวิต
แน่นอนเพราะเปรี้ยวและพวกก็นำตัวแอ๋มเข้ามาในรถเก๋งด้านหลัง
ในเวลาที่แอ๋มเองก็อาจจะไม่ทันรู้ตัว

3.ก่อนเปรี้ยวลงมือฆ่า *เปรี้ยวมีจิตคิดจะแอ๋ม
ข้อนี้ตามที่เปรี้ยวสารภาพบอกว่าพลั้งมือ...พลาดไป
ข้อนี้ไม่แน่ใจว่าเปรี้ยวกล่าวคำนี้เพื่อให้สังคมเห็นใจหรือไม่?
ไม่ทราบเหมือนกัน

4.ขณะเปรี้ยวลงมือฆ่า* เปรี้ยวมีความพยายามฆ่าแอ๋ม
ขณะที่เปรี้ยวใช้ทั้งตัวกดแอ๋มและมือบีบคอ ตบๆๆๆ 
ก็คงจะมีโทสะครอบงำ เมื่ออกุศลเข้าสิงจิต 
ให้กระทำความผิด กิเลสโทสะก็เพิ่มทวี

5. หลังเปรี้ยวลงมือฆ่า* แอ๋มก็ตายด้วยความพยายามนั้น
กล่าวคือในที่สุดแอ๋มก็หมดลมหายใจ =ตายทันที

นี่คือองค์แห่งศีลข้อที่ 1 ปาณาติปาตา เวระมะณีฯ
การฆ่าทั้งองค์ 5 นี้ ไม่ว่าจะฆ่าเอง หรือใช้ให้คนอื่นฆ่า
หรือแม้แต่การยุยงให้สัตว์นั้นฆ่ากันเองตายไปข้างหนึ่ง 
เช่นการเล่นพนันไก่ชน

นอกจากนี้ถ้าสัตว์นั้นไม่ตายอาจจมีการอนุโลมการฆ่า
เช่น การทำร้ายร่างกาย ทำให้เสียโฉม บาดเจ็บ
(นึกถึงง่ายๆ ตัวอย่างการตบตีแย่งผู้ชายของเมียหลวงเมียน้อย
ในละคร สาดน้ำกรดนั่นนี่โน่น น่ากลัวเชียวค่ะท่านผู้อ่าน)
นอกจากนี้การใช้แรงงาน กักขัง มัดไว้ ก็เกิดวิบากกรรมเช่นกัน

และโทษของกรรม หรือแรงกรรม ก็จะขึ้นอยู่กับ
1. คุณของสัตว์นั้น ตามลำดับ เช่น ฆ่าพระ ฆ่าคน ฆ่าสัตว์ 
2.ขนาดกาย ข้อนี้สำหรับสัตว์เดรัจฉาน ยิ่งฆ่าสัตว์ตัวใหญ่ยิ่งมีโทษ
เทียบกัน เช่น ฆ่าช้างบาปมากกว่าฆ่ามด 1 ตัว
3. ความพยายาม ยิ่งพยายามมาก ก็โทษมาก
4. กิเลสหรือเจตนา ยิ่งฆ่าด้วยโทสะหรือเกลียดชัง ยิ่งทวีคูณโทษแรง
มากกว่าพลั้งมือเพราะป้องกันตัว

ฆ่าคนหรือฆ่าตัวเองจึงเป็นบาปหนัก
เปรี้ยวฆ่าแอ๋ม ก็แปลว่าคนฆ่าคน บาปของเปรี้ยวครั้งนี้
ถือว่าเป็นบาปหนัก ยิ่งโกรธ บรรดาลโทสะ 
ขณะที่ฟันสับร่าง คิดดูแล้ว โอ้!! โหดจริงๆ

เพราะฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่า
โทษของเปรี้ยวที่ฆ่าแอ๋มครั้งนี้ (ยังไม่ได้กล่าวถึงเพื่อนที่ช่วย)
กฎแห่งกรรมเป็นกฎที่ไม่มีใครหลีกพ้น แม้เปรี้ยวจะถูกศาลตัดสิน
จำคุกตลอดชีวิต หรือแม้กระทั่งอาจมีโอกาสออกมาในอีกหลาย 10 ปี
แต่บาปครั้งนี้ได้ถูก Set ไว้แล้ว 

เวรกรรมของแต่ละคนจึงขึ้นอยู่กับบุคคลนั้นๆ
ไม่รู้ว่าเปรี้ยวและแอ๋ม
ผูกเวรกันมาแต่ปางก่อนหรือไม่?
ในที่สุดแล้ว เราชาวพุทธต้องมองโลกตามความเป็นจริง
(อ่านเพิ่มเติมเรื่ององค์แห่งศีลได้ ที่นี่ คลิก!!!)

ไม่ได้ให้เกลียดเปรี้ยวและไม่ได้ให้สงสารเปรี้ยว
แต่ให้สอนตนเองและสอนลูกสอนหลาน
ว่านี่คือสิ่งที่ไม่ควรทำ
การบรรดาลโทสะ ทำร้ายตนเองหรือทำร้ายผู้อื่น
ต่างทำให้เกิดกรรม


เปรี้ยวอาจจะสวย...รวย(จากไหนก็ไม่รู้)
แต่สิ่งที่เปรี้ยวทำไม่อาจกลับไปแก้ไขให้แอ๋มมีชีวิต

ถ้าคุณเคยโกรธเพื่อน โกรธพ่อแม่ โกรธน้อง
หรือกระทั่งโกรธตัวเอง จงพยายามระงับโทสะ
อย่าได้ทำร้ายตัวเองหรือทำร้ายใครเลย

คิดดี-พูดดี-ทำความดี
พลาดไปก็ต้องแก้ไข ทำความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป
เปรี้ยวเอ๋ยเปรี้ยว...


cr. อังคนารักษ์ พิทักษ์ธรรม



"เปรี้ยว"ในมุมมองพระพุทธศาสนา คิดยังไง?

ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปีพ.ศ.2560 
จนถึงปัจจุบันหลังจากยกเลิกควบคุมพื้นที่ 
ด้วยมาตรา 44 กับวัดพระธรรมกายเกิดอะไรขึ้นบ้าง?


ผ่านมา 3 เดือนหลังจากฟ้าใหม่ที่ประตูเปิดเข้า-ออกได้ตามปกติ
(อังคนารักษ์ก็หายไปพักใหญ่เพื่อไปเรียนรู้ศึกษาสิ่งต่างๆ มากมาย)
แน่นอนว่าวัดก็ยังคงเป็นวัด...
พระและสามเณรก็ยังอยู่รอดปลอดภัย

แต่หากถามว่า
"วัดพระธรรมกายในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง?"
#ธรรมกายในปัจจุบัน
ก็อยากจะถามกลับว่า
ผู้ถามอยากจะฟังคำตอบในแนวไหน

ถ้าให้ตอบในแนวกลางๆ ก็จะตอบว่า ยังสุขสบายดี ยังมีชีวิตอยู่
แต่ถ้าให้ตอบในแนวความจริงไม่เกรงอกเกรงใจ
ต้องบอกเลยว่า
การที่ถูกปิดล้อมวัด และงดเสบียงต่างๆ รวมทั้งการขนส่งเข้าก็ต้องผ่านการคัดตรวจ 
ปัจจุบันนี้ ค่าน้ำค่าไฟ ที่ปิดล้อมนานเป็นเดือน...
ไม่ทราบว่าใครจะรับผิดชอบ!!???
ข้าวปลาอาหารที่มีถูกใช้จนหมดไฟฟ้า น้ำประปาก็ต้องใช้
ณ จุดๆ นี้แม้วันนี้จะเปิดประตู แล้วเดินเข้าออกได้อย่างสบายใจ

แต่ตอบเลยว่า 
"ศิษย์วัดพระธรรมกาย" ยังมีความไม่สบายใจอยู่
เพราะรู้ได้ว่ากระแสจิตมืดดำ -เจือปนด้วยอคติ และโลภ โกรธ หลง
หลงในที่นี้ไม่ได้หมายถึงหลงรัก
แต่หลงชัง คิดเสียราวกับว่า...(ภาษาเข้าขั้นโบราณ แต่อังคนารักษ์ชอบ อิอิ)
คิดเสียราวกับว่า คนทั้งหมดที่เข้าวัดและอยู่ในวัด มาวัดนี้คือเชลยสังคม พวกเขาคือคนผิดหรือ ที่ตราบาปในสังคม
นักวิชาการ ท่านอาจจะมีความรู้มากมายก่ายกอง อันนี้ไม่ขอเถียง
แต่ถ้าเอาความรู้ของท่านมาวิพากษ์และวิจารณ์ด้วยอคติ แนวคิดของตนเองผสม หรือคัดเลือกเอาบางมุม

เหมือนตาบอดคลำช้าง...คลำคนละทางจะเหมือนกันได้เช่นไร
บ้างก็ว่า...สมควรจับพระสึกให้หมดวัดเลยทีเดียวหรือ?
(อื้อหือแรง...!!!)
อัตตา อนัตตาจะเถียงกันไปทำไมเอากลางๆ วางอคติ
คิดตามความจริงเลยท่าน
หากมัวแต่เอาอคตินำทางความคิด
ยังไง๊...ยังไง๊ วัดนี้ก็ผิดหมดกระมังคะท่าน!!

ส่วนคำตอบว่าตอนนี้วัดพระธรรมกายเป็นยังไง?
ก็บอกได้ว่า ลองมาดูด้วยตาตนเองจะดีกว่า
อย่าไปเชื่อคนที่กล่าวหา อคติ 
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น
ร้อยพันคำของคนที่ไม่เป็นมิตร ก็ไม่น่าเชื่อใจ
ศัตรูของเราไม่ใช่วัด ไม่ใช่พระ ไม่ใช่คนทำบุญ และไม่ใช่ผู้กล่าวหาแต่คือกิเลสในใจของมนุษย์ ที่บังคับให้ คิดชั่ว พูดชั่ว และ ทำความชั่ว
ถ้ามาตอนนี้ก็เหมือนเดิมคือ โปรดวางอาวุธก่อนเข้าวัด
อาวุธที่ว่าคือ กาย วาจาและใจ
ไม่ตั้งแง่จับผิด ไม่คิดทำร้ายใคร
มาเพื่อมาทำบุญ สวดมนต์ นั่งสมาธิ
วัดก็มีกิจกรรมงานบุญเพียงเท่านี้

และไม่ว่าจะเป็นเช่นไร วัดก็คือวัด ที่มีเขตพัมธสีมาชัดเจน
ไม่ว่าจะเกิดอะไร คนเข้าวัดก็อยากให้วัดที่เขาสร้างอยู่ให้ถึงรุ่นลูกหลาน

เราทำดีเพื่อความดี เพื่อตัวเองและคนที่เรารัก
พ่อแม่ไม่อาจอยู่คงกระพัน..มีแต่ความรักและบุญเท่านั้น
ที่จะส่งให้ถึงท่านได้

อยากรู้ว่าคนเข้าวัดนี้เขาคิดอย่างไรหลังสถานการณ์ปิดล้อม
อังคนารักษ์จะไปสัมภาษณ์มาให้นะคะ

>>>โปรดติดตามตอนต่อไปขอรับ<<

Cr.อังคนารักษ์ พิทักษ์ธรรม

ยิ้มหลังอ่าน^-^



3 เดือนในวัดพระธรรมกายหลังยกเลิก ม.44


 1. รู้หรือไม่?...เกือบเดือนผ่านไปหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นต่อ?
 ทั้งพระ-สามเณร และประชาชนที่อยู่ในวัดก็ยังตั้งหน้าตั้งตา
สวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตรกันต่อไป...ทั้งวันและทั้งคืน
ถ้าใครที่มาวัดอยู่แล้ว ก็ต้องสวดบทนี้ได้ โดยไม่ดูบทเลย

2. รู้หรือไม่?....พอเปิดประตูวัดออก ประชาชนที่เข้าวัดไม่ได้ รีบเข้ามาบูชาพระมหาธรรมกายเจดีย์ ที่มีพระพุทธรูปล้านพระองค์ ถ้าบอกว่าใช้เงินซื้อใจคนได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้ว่าซื้อกี่บาท แต่ที่แน่ๆ ไม่มีใครซื้อหัวใจได้หรอก

3. รู้หรือไม่?... we need food ป้ายที่ขึ้นเป็นเรื่องจริง เพราะอาหารที่มีสำรองไว้ใกล้จะหมด เพราะห้ามนำเสบียงเข้าวัด พระ-เณร และประชาชนที่อยู่ข้างใน แม้จะทานมาม่า หรือข้าวต้มวิญญาณหมู กล้วยลูกเดียวแบ่งกัน 10 คน แต่..อร่อยหมด!! เพราะอะไรเล่า รสชาติแห่งความภาคภูมิใจ และทานพร้อมหน้าพร้อมตากับญาติธรรม ที่มองหน้ากันก็รู้เลยว่า ทุกคนมาด้วยใจ และไม่เคยแค้นเคืองเลย ค่สงสัยว่าเมื่อไรจะจบเสียที หลังม.44 ยกเลิกควบคุมพื้นที่ ผลไม้นานา และอาหารต่างๆ หลั่งไหลเข้ามาจากศรัทธาญาติโยม 

4. รู้หรือไม่?...ถึงไม่มีม.44 ควบคุมพื้นที่ ก็มีศรัทธาพุทธศาสนิกชน เวียนเข้ามาถวายภัตตาหารพระ-สามเณรทุกๆ วัน โดยเฉพาะวันพระใหญ่ ก็มีกิจกรรมงานบุญเช่นวัดทุกวัดทั่วไทย คือการทำบุญอุทิศให้หมู่ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว และที่สำคัญ คือ วัดจัดเลี้ยงพุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญที่วัดด้วย ...มาก็อิ่มใจ กลับไปก็อิ่มบุญ

5. รู้หรือไม่?...หลวงพ่อธัมมชโยอยู่ที่ไหน ใครรู้บ้าง  
ถามว่าคนเข้าวัดพระธรรมกายทุกคนต้องรู้หรือ ไม่มีใครรู้หรอก ว่าหลวงพ่อท่านไปไหน รู้อย่างเดียวว่า ไม่ว่ายังไงก็คงไม่ยอมให้เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ทำบุญสร้างวัดนี้มา อาจจะ20 บาท 100 บาท แต่ก็คือเงินที่ได้มาด้วยความบริสุทธิ์ใจ คำตอบก็คือหลวงพ่อจะอยู่ไหนก็ได้ อายุท่านมากแล้ว แต่คิดดูเอาเองแล้วกัน มุดดินไม่ได้ เหาะไม่ได้ นั่งรถนานๆ ก็ไม่ได้  ท่านจะไปไหนได้ ท่านอยู่ในใจของทุกคนอยู่แล้ว 


6. รู้หรือไม่?..ทำไมวัดพระธรรมกายถึงอยู่ได้ถึงทุกวันนี้
หากใครได้มาวัดนี้ตั้งแต่เริ่ม ได้เจอคุณยายแม่ชีจันทร์ คงจะทราบดี ว่าสิ่งที่ครูบาอาจารย์วัดนี้สอนเป็นวัตรปฏิบัติอันงดงามคือ ความสะอาดและเป็นระเบียบ วินัยของหมู่คณะนี้งดงามได้เพราะความสามัคคี พิธีกรรมวัดนี้ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่เพราะพรมหรู ดูแพง แต่คือความสงบใจ ไร้เสียงพูดคุยเพราะมีความเคารพในพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์ ถ้าคุณสงสัยจริงๆ ก็น่าจะต้องมาดูด้วยตัวเอง ดูด้วยใจที่เปิดกว้าง

7. รู้หรือไม่? ..คดีมากมาย 300 กว่าคดี จะสะสางอย่างไรต่อ 
คำฮิต!! ไม่ผิดทำไม่ไม่มอบตัว ก็ชัดเจนแล้วว่า รองเจ้าอาวาสและพระลูกวัดระดับผู้บริหาร 10 กว่ารูป รวมทั้งเจ้าหน้าที่ประชาชนที่ถูกเรียกให้ไปรายงานตัว เกี่ยวกับ ม.44 ทุกคนต่างก็ไปตามนัด "ลองนึกถามหลวงพ่อทัตตชีโว อายุ 70 กว่าต้องนั่งรถไปกลับกรุงเทพฯ - โคราช หลายชั่วโมง เพื่อไปให้ทันรายงานตัว  ..เราไม่รู้หรอกว่าจะทำอย่างไรกับคดีที่งอกเงยงามยิ่งกว่าเห็ดในหน้าฝน รู้แต่ว่า "ไม่ผิด ไปมอบตัวแล้ว จบยัง" 

8. รู้หรือไม่? ..จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป วัดมีแผนอะไรไหม
ไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไร ยกเลิกควบคุมพื้นที่ไปแล้วก็จริง แต่ก็ยังมีฝ่ายที่ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องตรงไหน อาทิ  พุทธอิสระ เราจะไม่ยุ่งเรื่องท่าน แต่ท่านก็พยายามมายุ่งกับวัดพระธรรมกายตลอด ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าอาฆาตอะไรนักหนา ส่วนเรื่องแผนการหรือ มีอย่างเดียวคือ สวดมนต์ต่อไปเรื่อยๆ ใจสงบ แผ่เมตตา และไม่ว่าร้ายใคร (ใครที่เอาแต่ว่าร้ายคนอื่น หวังว่าคงจะมองวัตถุประสงค์เขาออก)

9. รู้หรือไม่? ... วัดพระธรรมกายจะรวมพลคนอีกไหมหรือทำกิจกรรมอะไร .. ตั้งแต่สร้างวัดมา ทุกเดือนก็จัดพิธีบูชาข้าวพระ รวมใจนั่งสมาธิ ถวายภัตตาหาร และทุกวันอาทิตย์ก็มีนั่งสมาธิ ถวายสังฆทาน ตักบาตรบ้าง อย่างไรก็ยังคงเหมือนเดิม วัดก็คือวัดของพุทธศาสนา ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง สมบัติที่มีก็ของพระพุทธศาสนา เสาอาคารหรือต้นไม้ ก็เป็นของพระพุทธศาสนา ...วันสำคัญทางศาสนา ก็จัดเวียนเทียน เช่นเดียวกัน พิธีกรรมเพื่อสร้างความเป็นระเบียบ มีเด็กน้อยและทุกวัยสมัครใจเป็นอาสาสมัคร  ผู้มีศรัทธาเขามาก็สงบใจ ก็อยากมาอีก แล้วจะห้ามเขามาวัดไปทำไมจริงไหม

10. รู้หรือไม่? ... ม.44 คุมวัดครั้งนี้วัดใจศิษย์วัดทุกคน เห็นได้ชัดเลยว่า ประชาชนที่มาวัด ไม่ได้มาเพื่อหลวงพ่อธัมมชโย แต่เขามาเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา มาเพื่อสั่งสมบุญ พ่อแม่ก็พาลูกมา... ลูกก็พาพ่อแม่ตายายมา..แม้จะอยู่ห่างไกลถึงต่างแดน แต่เมื่อมีภัย ก็เดินทางกลับมาวัดที่เขาสร้าง...ขอบคุณที่ทำให้เรารู้ว่า ความลำบากแค่ไหนก็ผ่านมาได้ด้วยความร่วมใจ เป็นหนึ่งเดียว

เป็นที่แน่นอนว่า ใครๆ ก็ลืมไม่ลง คงไม่ลืม

cr. อังคนารักษ์ พิทักษ์ธรรม
27 เมษายน พ.ศ.2560

รู้หรือไม่? 10 ข้อสงสัยหลังม.44 วัดพระธรรมกาย

นานมา..หลายเพลาแล้วสำหรับกรณีวัดพระธรรมกาย
กับ DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษ 
และวันนี้ขอเสนอคำว่า "วิถีบอนไซ"


จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม..กับการบดขยี้หัวใจ
วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ประเทศไทย
ที่ทำให้นักข่าวสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศจับตามอง

ลำดับความรุนแรงเช่นเดียวกับการดัดต้นไม้ใหญ่
ให้เหลือตันเล็กนิดเดียว ภายใต้น้ำมือของผู้มีอำนาจ 
ตัดๆ เฉือนเนื้อต้นไม้นั้นให้เป็นแผล
ให้มันพยายามอยู่รอด
วิถีของบอนไซ...ดังภาพ
(ศึกษาต่อได้ที่ http://www.bonsaibaan.com/index.php?mo=3&art=366077)

เริ่มต้นจากพระราชวงศ์ของจีนที่มีต้นบอนไซนี้
เมื่อโลกเปิดกว้าง ก็เริ่มมีการแพร่ขยายการนำต้นไม้ใหญ่มาย่อส่วน
ดังนั้น...บอนไซ จึงมีชีวิตที่
ไม่ให้ตาย...ไม่ให้โต
จากต้นไม้ใหญ่ที่เคยให้ร่มเงาผลิบานสาขา
น่าแปลกใจ จากต้นไม้ใหญ่ กลับถูกตัดให้เหลือต้นเล็กๆ
ในพื้นที่ที่ถูกปิดกั้น...(ตัดเสบียง)
ไม่ต่างจากวัดพระธรรมกาย
ที่ถูกปิดวัด ล้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่หลายพันคน!!


ระยะเวลาเกือบเดือนที่ไปไหนไม่ได้
เข้าไม่ได้ ออกแล้วออกเลย..เข้าไม่ได้อีก
ทานข้าวถุง กล้วยและน้ำซุป มาม่าคือที่พึ่ง

บอนไซที่ชื่อว่า "วัดพระธรรมกาย" ต้องเงียบ นิ่ง สวดมนต์ต่อไป

แต่คนปลูกคงลืมไปสิ่งหนึ่งว่า
ซื้อหัวใจที่ศรัทธาไม่ได้
แม้บอนไซจะถูกบีบ เค้น...สร้างกระแสเกลียดชังต่างๆนานา
บอนไซหลายต้นก็ต้องตายเพราะต้านโรคไม่ได้
โตไปไม่ไหว...บาดแผลมันใหญ่เกินจะรับไหว

แต่บอนไซต้นนี้ของวัดพระธรรมกาย
กลับสู้ อดทน...นิ่ง สง่างาม
เมตตา..กล้าหาญ

หนอนหลายตัวพ่นพิษมากมาย เที่ยวออกสื่อ
ให้จัดการวัดแห่งนี้เสีย!!
อาทิ เปลี่ยนเจ้าอาวาสบ้าง (ตลกเนอะ ไม่ได้สร้างแต่จะมาครอง)
จับพระ-เณรสึกให้หมด (นี่ยิ่งบ้าไปใหญ่นะคะท่านผู้อ่านว่าไหม)

บอนไซ และหนอนไซ แต่หนอนกลับตายเพราะปากตนเอง
คนดีจริง...มือไม่มีแผล อย่างไรพิษก็ไม่เข้ามือ

วิถีธรรมกาย เติบโต งดงาม...แม้บีบคั้นหัวใจ
จับพระไป ฟ้องใส่ร้าย ให้คดีเป็นว่าเล่น
น่าแปลกว่าบอนไซต้นนี้ิยิ่งงดงาม
แกร่ง...และน่าชื่นชม

หัวใจของพวกเขา แม้เงินก็ซื้อไม่ได้
ใจแลกใจเท่านั้น! 
วิถีบอนไซเช่นเดียวกับวิถีธรรมกาย
บอนไซต้นเดียวแต่มารวมกัน...มูลค่าทางใจประเมินไม่ได้



cr.อังคนารักษ์ พิทักษ์ธรรม

"วิถีบอนไซ" vs "วิถีธรรมกาย"

ยิ่งกว่าชี้นิ้ว!!สั่งจัดการพระได้หมดทั้วประเทศไทย
กริ๊งเดียว เอาอยู่..อยากรู้จริ๊งเจ้าค๊าาาว่าเขาใหญ่มาจากไหน!?




What!!? อะไรนะ จริงหรือเสียงต่อสายตรงถึงผอ.สำนักพุทธฯ
จะเป็นเพราะใครปล่อยน๊า บังเอิ๊ญ บังเอิญ...

การกระทำที่ปล่อยคลิปหลุดของพุทธอิสระแล้ว ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา  พุทธอิสระไม่โง่ ให้ลูกน้องแกล้งปล่อยออกมาง่ายๆแบบนี้หรอกครับ 

ลองคิดดูดีๆ คนเจ้าเล่ห์แบบพุทธอิสระจะมาตกม้าตายง่ายๆ แบบนี้หรือ  เสียชื่อ เทวทัต 2 ผู้มาจากนรก หมดครับ


แผนนี้เค้ามาเหนือชั้น เหนือชั้นตรงไหน ...?

เฉลยให้...

เป็นการส่งสัญญาณ ให้มือที่มองไม่เห็น ว่า  เรื่องที่ได้พูดคุย

วางแผนการต่างๆ ในการล้มวัดพระธรรมกาย , 
ล้มสมเด็จช่วงไม่ให้ขึ้นเป็นพระสังฆราช,
ทำลายศรัทธาพระพุทธศาสนา,
ดันอีกศาสนาขึ้นมาแทน

คนอย่างพุทธอิสระ ไม่โง่

ข้อตกลงต่างๆ  ผลตอบแทนต่างๆ พุทธอิสระ ได้อัดคลิบ
เสียง  ของทุกคนที่เกี่ยวข้อง
ไว้หมดแล้ว  รวมถึง
ผู้บงการ นางใหญ่  นายใหญ่

แม้ผลงาน บุกจับ

หลวงพ่อธัมมชโย จะคว้าน้ำเหลวก็ตาม

แต่ ข้อตกลงในการจ่ายผลตอบแทน ก็ยังต้องให้

หรือ  การจะมา เสร็จศึกฆ่าขุนพล

นาย ฯลฯ จะกลับมาทำลาย

พุทธอิสระ ก็ต้องคิดให้ดี

เพราะ อาจมีคลิบฯ

มาเผยแพร่  ผู้บงการ
และเครือข่ายทั้งหมดออกตามมา

แผนปล่อยคลิป ผอ.สำนักพุทธฯ

จึงเป็นเพียง เหยื่อ...
ที่พุทธอิสระ นำมาเป็นหมาก กระดาน
เพื่อบอกเป็นสัญญาณอ้อมๆไปถึง ผู้บงการ  คนนั้นนั่นเอง


Cr: Kotcha>ForeXLover



ขอ3คำให้อ้อน้อย...กรวยศักดิ์สิทธิ์ ปลิดเลือดทำพระของขวัญที..
อะ-เว-จี
ล่ม-จม-แน่
นั่น-พระ-หรือ

เกี่ยว-ด้วย-หรอ
เอี่ยว-ทำ-ไม

แค่วัดอ้อน้อย ขับรถผ่านยังบรรยากาศอึมครึม
ไม่ใช่ว่าเมฆเยอะนะเจ้าค๊า
มันคลุมด้วยโทสะ ของใครบางคน
เป็นผลจากใจดำที่หมองมืด

หาเรื่องคนอื่นไปทั่ว
กร่าง....ใหญ่คับฟ้า
คุณพระช่วย กล้วยทอด...จบข่าวละ Bye...


ใครอยู่เบื้องหลัง บงการศึกป่วนธรรมกาย!???

หน้าประวัติศาสตร์ที่ลืมไม่ลง23 วันในวัดพระธรรมกาย เกิดอะไรขึ้นแน่!!


เดือนมีนาคม 2560 คงจะเป็นเดือนที่ไม่ลืม..
วันที่ 1 มีนาคม ประเดิมด้วยการเสียชีวิต ศพที่ 2 ของ ม.44
ผู้ป่วยโรคหอบหืดที่พักในวัดพระธรรมกาย ไม่สามารถยื้อลมหายใจ

หลังจากรถพยาบาลและรถมูลนิธิปอเต็กตึ้งไม่สามารถไปช่วยเธอ
ได้ทันเวลา...



ข่าวการเสียชีวิตของบุคลากรท่านนี้...
สร้างความเสียใจให้กับทุกคน

แต่สิ่งที่ปวดร้าวใจมากกว่าสิ่งใดคือ
อาหารที่ไม่สามารถส่งเข้ามาในวัดพระธรรมกาย

ทุกเวลาคือความหวาดหวั่น..!!
เพราะต่างไม่มีใครทราบว่ากองกำลังจะบุกเมื่อไร
เสียงสวดมนต์ก็คงดังต่อเนื่องทั้งวัน-ทั้งคืน
ทุกครั้งที่มีการบุก!! 
ภาพที่เห็นคือป้าๆ วิ่งไปก่อนใคร สมณะทั้งหลายยืนพนมมือ
สันติวิธี..ท่านบุกมาอย่างนี้เพื่ออะไรกันหนอ?

 แม้แต่สงครามโลก...พยาบาลหรือกระทั่งอาหารของฝ่ายตรงข้าม
ก็สามารถข้ามไปได้ แต่ที่วัดพระธรรมกาย


พระภิกษุ-สามเณร และประชาชนข้างในนับหมื่นคน!!
ต้องทนทานมาม่า!! ข้าวเปล่า น้ำแกงวิญญาณหมู
เพื่ออะไร!?จะให้ทั้งหมดอดตายอย่างนั้นหรือ!?


ทหาร-ตำรวจ ตชด. มากันตรึม!!
มาอย่างเดียวไม่พอ เดือนที่แล้ว ก.พ. มาพร้อมรถฉีดน้ำแรงดันสูง
และเครื่องกระจายเสียง
แต่เดือนมีนาคม..เขามาพร้อมกับการตัดกล้องวงจรปิด
และการปิดสัญญาณโทรศัพท์ ทุกเครือข่าย

สิ่งที่ตัดไปจากโลกนี้ ..อาจจะตัดได้
แต่อย่าลืมว่า...คนดีผีคุ้มครอง

มีข่าวลือมากมาย..เช่น เจ้าหน้าที่ฯ เจอผี!!
รวมทั้งสายปริศนาที่เจ้าหน้าที่ลากมารอบกำแพง
เหมือนในหนังสงครามเลยค่ะท่านผู้อ่าน!!!
โห...เขาไม่ได้จะมาธรรมดาแล้วล่ะมั้งคะ!?

ยัง!!ยังไม่หมดเท่านั้น...
เรื่องตัดเสบียงแค่นี้พระภิกษุ-สามเณร ประชาชนก็ทรมานแล้ว
ตัดสัญญาณเน็ตแต่ก็ตัดสัญญาณใจของพวกเขาไม่ได้
ยุทธวิธีต่อไปค่ะ 
ถอดสมณศักดิ์ของหลวงพ่อเจ้าอาวาสและรองเจ้าอาวาสเรียกตัวพระลูกศิษย์ 10 กว่ารูปให้ไปมอบตัวขู่จะไม่ให้ประกันตัวและที่ปวดร้าวใจมากสุด!!คือจะจับพระสึก!!!
เสียงตอบกลับของลูกศิษย์ แม้จะใจหายว่าหลวงพ่อถูกปลดสมณศักดิ์
แต่...พวกเขาก็ยังเคารพรักและศรัทธาพระพุทธศาสนาด้วยความ
"บริสุทธิ์ใจ"



บีบคั้นหัวใจยิ่ง...แต่ยิ่งบีบเท่าไหร่
น่าแปลก...ถ้าชาววัดพระธรรมกายเป็นพุทธเก๊
ย่างที่ใครบางคน (ที่ใจมืดดำ ปิดกั้นความจริง เอาแต่ด่าวัดพระธรรมกาย ด่าๆๆๆ อย่างสะใจ)

ป่านฉะนี้คงจะหนีออกจากวัดไปหมดแล้ว
ตลกดีนะ!! คนไม่เคยมา หรือมาเพราะจับผิดอย่างเดียว
ก็เป้าหมายร้ายอย่างนั้น ไม่มีวันเห็นความดีคนอื่น

"ความเคารพในผู้อื่น สะท้อนความเคารพในตัวเอง"
Hate Speech!!  ก็คือสัญลักษณ์ของความเกลียดตัวเอง
ยิ่งว่าร้ายคนอื่น อาจจะสะใจตอนแรก..ต่อๆมาจะพบว่า
เริ่มไม่มั่นใจในตัวเองแล้ว ด่าไปด่ามาเหมือนด่าให้ตัวเองฟัง
เพราะคนที่โดนด่าไม่ตอบโต้

มาถึงวันสำคัญที่ต้องแลกด้วยความเสี่ยง
10 มีนาคม 2560
เมื่อเจ้าหน้าที่ทำพันธสัญญาขอค้นตรวจวัดอีกรอบ
วัดพระธรรมกาย ที่สะอาด เป็นระเบียบ
ก็ยังคงต้อนรับทุกคน..เพราะวัดเป็นของพระพุทธศาสนา
หัวใจของทุกคนที่อยู่ในวัด...ไม่ธรรมดาจริงๆ
สวดมนต์ทั้งวันทั้งคืน ภาวนานั่งสมาธิ..
ให้กำลังใจกันว่าสักวัน ต้องปลอดภัย


และวันที่ 10 มีนาคม คือวันแห่งความโล่งใจ
เมื่อไม่พบสิ่งใด ทางการก็ประกาศว่า...ไม่พบหลวงพ่อ
ในวัดก็ไม่มีสิ่งใดเลย มีแต่ประชาชนที่ไร้อาวุธ

วันที่ 11 มีนาคม..เจ้าหน้าที่ที่ล้อมปิดวัด ก็เปิดทางให้เข้าออกวัดได้
เสียงสาธุการปนน้ำตาแห่งความดีใจที่ได้กลับเข้ามาจากข้างนอก
และข้างในก็ยังคงมุ่งหน้าสวดมนต์ต่อไป
หัวใจเราอยู่ที่เดียวกันจริงๆ



 วันพระใหญ่ ขึ้น 15 ค่ำเดือน 4 ตรงกับวันที่ 12 มีนาคม
เสียงสวดมนต์กึกก้องขึ้น สวดมนต์บทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
จนครบ 30 ล้านจบ !! ณ เวลา 22.22 น.ของค่ำคืนพระจันทร์เต็มดวง


หัวใจของทุกคนยังคงเต้น...
พร้อมกับลมหายใจของศรัทธาในพระพุทธศาสนา

เชื่อว่าไม่เพียงแค่คนในประเทศที่เห็น ที่ได้ยินข่าวต่างๆนานา
นี่คือหัวใจของนักสู้เพื่อปกป้องวัดที่เขาสร้าง
ไม่ใช่เพื่อปกป้องหลวงพ่อ
แต่เพื่อวัดที่เขาร่วมเงินจากน้ำพักน้ำแรงของตน
ส่วนใครอื่นใดที่เห็นเม็ดเงินจากศรัทธาเหล่านี้
ต้องบอกคำเดียว "บาป" จริงๆ


อาคารสถานที่ที่ยิ่งใหญ่ในวัดพระธรรมกายไม่อาจยืนยันได้
แต่ภาพการสวดมนต์ในพื้นที่วัดที่พุทธศาสนิกชนร่วมสร้าง
เป็นการยืนยัน นั่งยัน...จนค่ำก็นอนยันได้อีก

 "วัดไม่ใช่สนามรบ""คนเข้าวัดมาทำบุญ ก็ไม่ใช่โจรใต้ที่ต้องมารุมล้อม บีบคั้นหรือไล่!!ให้ไปที่อื่นได้"ไล่ไม่ได้...เพราะหัวใจไม่ได้อยู่ข้างซ้าย แต่อยู่....


23 วันเกิดอะไรขึ้นในวัดพระธรรมกาย!? (ตอนที่2)


15 กุมภาพันธ์ 2560 หลังจากวันแห่งความรักสากลผ่านไปเพียงวันเดียว วัดพระธรรมกายก็ต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่คาดฝัน
 และไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น!!


กองกำลังตำรวจ DSI
นำกำลังมาล้อมวัดพระธรรมกาย จำนวน 4000!! นาย
มาจากไหนกันเยอะแยะ

เสียงสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตรที่ดังขึ้น
ที่วิหารคดมหาธรรมกายเจดีย์ 
กลายเป็น..ต้องมาสวดที่ 196 ไร่ จาก 2,000 ไร่

ผู้คนถูกปิดกั้น ตรวจค้น ...ด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ

16 กุมภาพันธ์...ไม่มีใครเข้า-ออกได้อีกต่อไป
เพราะจะถูกถ่ายบัตรชาชน พร้อมถ่ายหน้า หนำซ้ำยังยึดบัตรประชาชนไปอีก นั่น!!! สร้างความหวาดกลัว ว่าจะถูกจับไปไหม

นายกรัฐมนตรีฯ ที่เราหวังจะพึ่งพา ก็ประกาศกร้าว!!
 จับให้หมด จับหลวงพ่อให้ได้ ใช้ ม.44 ครั้งนี้ที่แรกเลย!!


นี่วัดนะ!!
นี่พุทธศาสนิกชนนะ!!
พระถือศีล 227 เจ้าหน้าที่อุบาสกอุบาสิกา ศีล8
อาสาสมัครตลอดจนสาธุชนที่เข้าวัดนี้ 
หอบลูกจูงหลานตั้งแต่ในท้องมาเข้าวัด
เพราะหวังให้เขาโตเป็นคนดี 
ทุกคนถือศีล5 ยุงสักตัวหลวงพ่อไม่สอนให้ฆ่ามันเลย

มากันแล้วผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ยกทัพมาหมด!!
ยิ่งกว่าที่่ภาตใต้
อะไรจะปานนั้นนะ!!

เข้าวัดไม่ได้ !! คนข้างในไม่ได้อาบน้ำ เพราะถูกขังไม่มีชุด 

พวกเขาค้นๆๆ ทุกตารางเมตร เพื่อจับหลวงพ่อให้ได้
แล้วก็..ไม่เจอ



















สุดท้ายเจ้าหน้าที่ยึดอาคาร ซีลเพื่อยึดอาคารไว้ทั้งหมด
โอ้!! คืออะไรกันนี่


และแล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝันอีก...
ร้าวรานมาก

ปิดทางประตูไม่พอ ห้ามคนมาข้างวัดอีก
ที่เมืองแก้วมณี รถหรือคนห้ามผ่าน ทหาร-ตำรวจมาปิดกั้นทาง

ประชาชนที่สวดมนต์อยู่สุดทน เข้าวัดไม่ได้ไม่พอ
ยังกั้นทางเข้าเมืองแก้วมณี 
ร้านอาหารก็ขายไม่ได้!!
จึงเกิดการปะทะกันของเจ้าหน้าที่
เราไม่อาจทนได้อีกต่อไป




ทำไมต้องใส่หมวก แว่นตา ผ้าปิดปากน่ะหรอ
ก็เพราะเจ้าหน้าที่ขู่ไว้สิ!! ว่าจะเอาภาพหน้าของเราไปส่งทางการว่าเราคือคนละเมิด ม.44 

มันขำไม่ออกนะ วัดที่เราสร้าง แต่เขามาปิด มายึดไปทุกที่ ประโยคหนึ่งที่ญาติธรรมท่านหนึ่งกล่าว
"ทุกย่างก้าวของ DSI มันเหมือนเหยียบย่ำหัวใจคนวัด"

ยึดไม่พอ ปิดกั้นเสบียง ได้คืบเอาวา
หาว่าหลวงพ่อสมคบยักยอกเงิน
คุณสารเลว!!! เอาอย่างนี้เลยใช่ไหม
จะจับหลวงพ่อ ยึดวัด เอาอาคารทั้งหมด และ
หลวงปู่ทองคำ!!!


ว่าแล้วเชียว!! ขอประทานอภัยนะคะวัดนี้
ทุกตารางไม่ใช่เงินภาษีประชาชนค่ะ
มาจากเงินศรัทธาของประชาชน 
ยึดไม่ได้!! มันเป็นของพระศาสนา
อยากรู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของ DSI คืออะไรกันแน่?



เดือนกุมภาพันธ์ผ่านไป....เข้าสู่เดือนมีนาคม
เรื่องราวไม่จบไม่สิ้น
สัปดาห์ที่ 1 ..2...และ3
เสียงสวดมนต์ภาวนา...ทุกคนไร้อาวุธ
สิ่งที่ทำได้คือชี้แจงความจริง


อยากจะขอโทษทุกคนในประเทศ
ตั้งแต่ปี 2542 ไม่มีไลน์ ไม่มีเฟสบุ๊ค
เมื่อเกิดคดีใส่ร้าย ยากที่จะแก้ไข
เข้าใจคนในยุคนั้นที่อัดอั้นตันใจพูดอะไรไม่ได้


แต่มายุคนี้...เราทนถูกด่าว่างมงาย..ว่าเป็นคนชั่วไม่ได้อีกต่อไป
ผิดตรงไหน ที่สร้างวัดเพื่อสร้างความดี สร้างคนดีให้ประเทศ
ขอพื้นที่ตรงนี้เป็นที่สร้างความดีไม่ได้หรือ
ภาพคนจำนวนมากมารวมตัวกันทำความดีมันคงแสลงใจใครบางคน

ถ้าเรายอมแพ้ให้ยึดวัด ให้จับพระทั้งวัดสึก!!
ก็แปลว่าเราทำชั่ว เราทำผิดระดับชาติทุกคน
ซึ่งมันไม่ใช่! คนทำความดีไม่ใช่อาชญากร
สิ่งที่รัฐบาลชุดนี้กระทำมันเกินไป!!

ถ้าเราแพ้...ก็แปลว่าพระพุทธศาสนา วัดวาอารามทุกวัด
อาจจะไม่มีที่อยู่อีกต่อไปในดินแดนสุวรรณภูมิ!!

ถ้าอยากรู้ว่าเดือนมีนาคมเกิดอะไรขึ้นบ้าง
โปรดติดตามตอนต่อไป...


cr.อังคนารักษ์



20 วันเกิดอะไรขึ้นในวัดพระธรรมกาย!? (ตอนที่1)

- Copyright © ความจริงวันนี้ - Blogger Templates - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -