วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2560

หน้าประวัติศาสตร์ที่ลืมไม่ลง23 วันในวัดพระธรรมกาย เกิดอะไรขึ้นแน่!!


เดือนมีนาคม 2560 คงจะเป็นเดือนที่ไม่ลืม..
วันที่ 1 มีนาคม ประเดิมด้วยการเสียชีวิต ศพที่ 2 ของ ม.44
ผู้ป่วยโรคหอบหืดที่พักในวัดพระธรรมกาย ไม่สามารถยื้อลมหายใจ

หลังจากรถพยาบาลและรถมูลนิธิปอเต็กตึ้งไม่สามารถไปช่วยเธอ
ได้ทันเวลา...



ข่าวการเสียชีวิตของบุคลากรท่านนี้...
สร้างความเสียใจให้กับทุกคน

แต่สิ่งที่ปวดร้าวใจมากกว่าสิ่งใดคือ
อาหารที่ไม่สามารถส่งเข้ามาในวัดพระธรรมกาย

ทุกเวลาคือความหวาดหวั่น..!!
เพราะต่างไม่มีใครทราบว่ากองกำลังจะบุกเมื่อไร
เสียงสวดมนต์ก็คงดังต่อเนื่องทั้งวัน-ทั้งคืน
ทุกครั้งที่มีการบุก!! 
ภาพที่เห็นคือป้าๆ วิ่งไปก่อนใคร สมณะทั้งหลายยืนพนมมือ
สันติวิธี..ท่านบุกมาอย่างนี้เพื่ออะไรกันหนอ?

 แม้แต่สงครามโลก...พยาบาลหรือกระทั่งอาหารของฝ่ายตรงข้าม
ก็สามารถข้ามไปได้ แต่ที่วัดพระธรรมกาย


พระภิกษุ-สามเณร และประชาชนข้างในนับหมื่นคน!!
ต้องทนทานมาม่า!! ข้าวเปล่า น้ำแกงวิญญาณหมู
เพื่ออะไร!?จะให้ทั้งหมดอดตายอย่างนั้นหรือ!?


ทหาร-ตำรวจ ตชด. มากันตรึม!!
มาอย่างเดียวไม่พอ เดือนที่แล้ว ก.พ. มาพร้อมรถฉีดน้ำแรงดันสูง
และเครื่องกระจายเสียง
แต่เดือนมีนาคม..เขามาพร้อมกับการตัดกล้องวงจรปิด
และการปิดสัญญาณโทรศัพท์ ทุกเครือข่าย

สิ่งที่ตัดไปจากโลกนี้ ..อาจจะตัดได้
แต่อย่าลืมว่า...คนดีผีคุ้มครอง

มีข่าวลือมากมาย..เช่น เจ้าหน้าที่ฯ เจอผี!!
รวมทั้งสายปริศนาที่เจ้าหน้าที่ลากมารอบกำแพง
เหมือนในหนังสงครามเลยค่ะท่านผู้อ่าน!!!
โห...เขาไม่ได้จะมาธรรมดาแล้วล่ะมั้งคะ!?

ยัง!!ยังไม่หมดเท่านั้น...
เรื่องตัดเสบียงแค่นี้พระภิกษุ-สามเณร ประชาชนก็ทรมานแล้ว
ตัดสัญญาณเน็ตแต่ก็ตัดสัญญาณใจของพวกเขาไม่ได้
ยุทธวิธีต่อไปค่ะ 
ถอดสมณศักดิ์ของหลวงพ่อเจ้าอาวาสและรองเจ้าอาวาสเรียกตัวพระลูกศิษย์ 10 กว่ารูปให้ไปมอบตัวขู่จะไม่ให้ประกันตัวและที่ปวดร้าวใจมากสุด!!คือจะจับพระสึก!!!
เสียงตอบกลับของลูกศิษย์ แม้จะใจหายว่าหลวงพ่อถูกปลดสมณศักดิ์
แต่...พวกเขาก็ยังเคารพรักและศรัทธาพระพุทธศาสนาด้วยความ
"บริสุทธิ์ใจ"



บีบคั้นหัวใจยิ่ง...แต่ยิ่งบีบเท่าไหร่
น่าแปลก...ถ้าชาววัดพระธรรมกายเป็นพุทธเก๊
ย่างที่ใครบางคน (ที่ใจมืดดำ ปิดกั้นความจริง เอาแต่ด่าวัดพระธรรมกาย ด่าๆๆๆ อย่างสะใจ)

ป่านฉะนี้คงจะหนีออกจากวัดไปหมดแล้ว
ตลกดีนะ!! คนไม่เคยมา หรือมาเพราะจับผิดอย่างเดียว
ก็เป้าหมายร้ายอย่างนั้น ไม่มีวันเห็นความดีคนอื่น

"ความเคารพในผู้อื่น สะท้อนความเคารพในตัวเอง"
Hate Speech!!  ก็คือสัญลักษณ์ของความเกลียดตัวเอง
ยิ่งว่าร้ายคนอื่น อาจจะสะใจตอนแรก..ต่อๆมาจะพบว่า
เริ่มไม่มั่นใจในตัวเองแล้ว ด่าไปด่ามาเหมือนด่าให้ตัวเองฟัง
เพราะคนที่โดนด่าไม่ตอบโต้

มาถึงวันสำคัญที่ต้องแลกด้วยความเสี่ยง
10 มีนาคม 2560
เมื่อเจ้าหน้าที่ทำพันธสัญญาขอค้นตรวจวัดอีกรอบ
วัดพระธรรมกาย ที่สะอาด เป็นระเบียบ
ก็ยังคงต้อนรับทุกคน..เพราะวัดเป็นของพระพุทธศาสนา
หัวใจของทุกคนที่อยู่ในวัด...ไม่ธรรมดาจริงๆ
สวดมนต์ทั้งวันทั้งคืน ภาวนานั่งสมาธิ..
ให้กำลังใจกันว่าสักวัน ต้องปลอดภัย


และวันที่ 10 มีนาคม คือวันแห่งความโล่งใจ
เมื่อไม่พบสิ่งใด ทางการก็ประกาศว่า...ไม่พบหลวงพ่อ
ในวัดก็ไม่มีสิ่งใดเลย มีแต่ประชาชนที่ไร้อาวุธ

วันที่ 11 มีนาคม..เจ้าหน้าที่ที่ล้อมปิดวัด ก็เปิดทางให้เข้าออกวัดได้
เสียงสาธุการปนน้ำตาแห่งความดีใจที่ได้กลับเข้ามาจากข้างนอก
และข้างในก็ยังคงมุ่งหน้าสวดมนต์ต่อไป
หัวใจเราอยู่ที่เดียวกันจริงๆ



 วันพระใหญ่ ขึ้น 15 ค่ำเดือน 4 ตรงกับวันที่ 12 มีนาคม
เสียงสวดมนต์กึกก้องขึ้น สวดมนต์บทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
จนครบ 30 ล้านจบ !! ณ เวลา 22.22 น.ของค่ำคืนพระจันทร์เต็มดวง


หัวใจของทุกคนยังคงเต้น...
พร้อมกับลมหายใจของศรัทธาในพระพุทธศาสนา

เชื่อว่าไม่เพียงแค่คนในประเทศที่เห็น ที่ได้ยินข่าวต่างๆนานา
นี่คือหัวใจของนักสู้เพื่อปกป้องวัดที่เขาสร้าง
ไม่ใช่เพื่อปกป้องหลวงพ่อ
แต่เพื่อวัดที่เขาร่วมเงินจากน้ำพักน้ำแรงของตน
ส่วนใครอื่นใดที่เห็นเม็ดเงินจากศรัทธาเหล่านี้
ต้องบอกคำเดียว "บาป" จริงๆ


อาคารสถานที่ที่ยิ่งใหญ่ในวัดพระธรรมกายไม่อาจยืนยันได้
แต่ภาพการสวดมนต์ในพื้นที่วัดที่พุทธศาสนิกชนร่วมสร้าง
เป็นการยืนยัน นั่งยัน...จนค่ำก็นอนยันได้อีก

 "วัดไม่ใช่สนามรบ""คนเข้าวัดมาทำบุญ ก็ไม่ใช่โจรใต้ที่ต้องมารุมล้อม บีบคั้นหรือไล่!!ให้ไปที่อื่นได้"ไล่ไม่ได้...เพราะหัวใจไม่ได้อยู่ข้างซ้าย แต่อยู่....


{ 8 ความคิดเห็น... read them below or Comment }

  1. เรารักบ้านของเราอย่างไร?
    เราก็รักวัดของเราอย่างนั้น.
    เพราะวัดคือบ้านของเรา...มีความสุขมากๆที่ได้มาสั่งสมบุญที่วัดของเรา วัดที่เราร่วมกันสร้างมา จากปัจจัยที่หามาด้วยความยากลำบาก โดยการประกอบสัมมาอาชีพ ไม่ได้ไปปล้นใครมา เราผิดตรงไหน

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เห็นด้วยค่ะ 2 วรรคแรก วรรคทองเลย คมคายมากค่ะ

      ลบ
  2. สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

    อะเวราโหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

    อัพยาปัชฌาโหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

    อะนีฆาโหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย

    สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีแต่ความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด

    ด้วยบุญกุศลที่ปกป้องพระพุทธศาสนาในครั้งนี้ ขอให้ทุกคนมีความสุข ร่ำรวยแข็งแรง อายุยืนยาว

    ตอบลบ
  3. สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

    อะเวราโหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

    อัพยาปัชฌาโหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

    อะนีฆาโหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย

    สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีแต่ความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด

    ด้วยบุญกุศลที่ปกป้องพระพุทธศาสนาในครั้งนี้ ขอให้ทุกคนมีความสุข ร่ำรวยแข็งแรง อายุยืนยาว

    ตอบลบ
  4. สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

    อะเวราโหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

    อัพยาปัชฌาโหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

    อะนีฆาโหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย

    สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีแต่ความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด

    ด้วยบุญกุศลที่ปกป้องพระพุทธศาสนาในครั้งนี้ ขอให้ทุกคนมีความสุข ร่ำรวยแข็งแรง อายุยืนยาว

    ตอบลบ
  5. ธรรมะ ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
    พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ดีแล้ว
    สาธุ สาธุ สาธุ

    ตอบลบ

- Copyright © ความจริงวันนี้ - Blogger Templates - Powered by Blogger - Designed by Johanes Djogan -